Phantom ระดมทุนกว่า $9M เพื่อเปิดตัว multi-chain crypto wallet

โดยการระดมทุนผ่าน Series A ที่ถูกจัดโดยคุณ Andreessen Horowitz กับความร่วมมือจาก Variant Fund, Jump Capital, DeFi Alliance และ Solana Foundation, กลุ่มนักลงทุน “Angel” จาก Compound, dYdX และ Ethereum Foundation

Multi-chain crypto wallet นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง decentralized apps ต่างๆ จากหลาย blockchains

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก่อนหน้าผ่านการเปิดตัว beta launch ในเดือนเมษายนปีนี้ มีผู้ใช้ใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 40,000 users อีกทั้งทางบริษัทยังได้รับเงินสนับสนุนประมาณ $500,000 จาก Serum และ Solana ช่วงที่เปิด beta phase

คุณ Brandon Millman ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Phantom กล่าวว่า platform ของเขาจะทำให้ผู้ใช้เข้าถึง decentralized exchanges และ NFT platforms ได้อย่างง่ายดาย

“ ทางทีมเราได้ออกแบบ DeFi wallet เพื่อใช้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ซึ่งมีคุณค่ากับผู้ใช้ต่างจากของเจ้าอื่น ”

คุณ Andreessen Horowitz เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่ใหญ่ที่สุดของ Solana projects อย่างเช่นที่ Solana Lab ที่ขาย private token ได้กว่า $314M ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

Visa อนุมัติธุรกิจ crypto debit card ในออสเตรเลีย

ยักษ์ใหญ่ด้าน payments อย่าง Visa กำลังเดินหน้าเต็มกำลังเรื่องการยอมรับ cryptocurrency โดยการอนุมัติให้ใช้ BTC debit card ในออสเตรเลีย โดยทาง CryptoSpend ได้แถลงการณ์ในวันพุธ ว่าด้วยบัตรนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถจ่ายเป็น BTC ตามร้านค้าท้องถิ่นได้ โดยจะให้ทาง Novatti ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับ payments เจ้าใหญ่ในท้องถิ่นเป็นผู้จัดการ และจะมีการเปิดตัวภายในเดือนกันยายน นี้

ตามข้อมูลรายงาน ผู้ใช้จะสามารถใช้บัตรนี้จ่ายได้หลายเหรียญเช่น BTC, ETH, XRP และ BCH โดยจะให้ BitGo เป็นผู้ดูแลในส่วนนี้

“ การจ่ายแบบตรงๆนั้นจะเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้มากขึ้น สมมุติว่าตลาดเขียว บางคนอาจจะอยากออกไปซื้อของใช้จ่ายด้วย profits ที่ได้มา แต่ถ้าตลาดแดง ก็อาจจะเก็บ asset ที่มีไว้ก่อนเพื่อรอให้เขียวอีกรอบ แต่ปกติส่วนมากเราจะเห็น spending volume มากขึ้นเสมอในช่วงที่ตลาดกำลังเขียวอยู่  ”

ตามข้อมูลจาก Finance Review ทาง Visa ได้อนุมัติการใช้ crypto debit card ในออสเตรเลียแล้วผ่านการใช้ crypto exchanges อย่าง Binance แต่ยังไม่ได้เปิดตัวใช้จริง โดยจะให้ Crypto.com เป็นผู้ออกบัตรซึ่งจะมีการเปิดตัวในเร็วๆนี้

OK Group ช่วยจีนสู้กับการฟอกเงินด้วยการใช้ blockchain

OK Group บริษัทด้าน blockchain technology ซึ่งเดิมเป็นเบื้องหลังผู้ให้บริการ crypto exchange platform ที่ชื่อ OKEx ได้ร่วมมือกับทางจีน เพื่อสู้กับการฟอกเงิน ด้วยการใช้ blockchain

OKLink จับมือร่วมกับ Nanjing Public Security Research Institute เพื่อจะยับยั้งการฟอกเงินด้วยการใช้ blockchain โดยมีการประกาศเรื่องการร่วมมือกันแบบเชิงลึกกับ OKLink เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะและ social ในข้อตกลง มีการจัดตั้งแล็บวิเคราะห์สำรวจเพื่อความเป็นไปได้ในการใช้ข้อมูลและกลยุทธ์ต่างๆเพื่อสู้กับการฟอกเงิน

ทางคุณ Colin Wu นักข่าว crypto ชาวจีน กล่าวว่าทางจีนได้ให้ความร่วมมือกับตัวแทนผู้ถือ crypto ในระดับ local เพื่อสืบค้นข้อมูลหรือเคสต่างๆที่เกี่ยวกับ cryptocurrency ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจในพื้นที่ทำงานง่ายขึ้น และมีกำลังใจ

ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง CN crypto crackdown ซึ่งทำให้หน่วยงานท้องถิ่นออกมากำหนดกฎเกณฑ์ในการเทรด crypto และระงับการขุด crypto ในจีน ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

นักเทรดถอน BTC ออกจาก centralized exchanges กว่า 2,000 BTC ต่อวัน

จำนวนของผู้ที่ถือ BTC อยู่บน centralized exchanges นั้นลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม โดยมีประมาณ 2,000 BTC ( $66M ) ไหลออกจาก exchanges ทุกๆวัน

ข้อมูลจาก Glassnode “The Week On-Chain” รายงานว่า จำนวนของ BTC ที่อยู่บน centralized exchanges นั้นลดลงสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ BTC ติด ATH ที่ราคาราวๆ $65,000

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่ตลาด bullish นั้นมีการปล่อยตัวเหรียญออกจาก exchanges เป็นจำนวนมาก ทาง Glassnode สรุปได้ว่า BTC ส่วนใหญ่ที่ไหลออกจาก exchanges นั้นอาจถูก Grayscale GBTC Trust ช้อนไปแล้ว หรือไม่ก็อาจถูกสถาบันการเงินบางแห่งช้อนไว้ ทำให้เกิดการไหลออกของ BTC อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามช่วงที่ BTC ราคาตก ก็เกิดการ reverse trend ขึ้นโดยมีการส่ง BTC เข้าไปบน exchanges เพื่อเพิ่ม liquidation แต่ปัจจุบัน net transfer volume ก็ยังติดลบอยู่เนื่องจากการไหลออกของ BTC ที่เพิ่มขึ้น

ค่าเฉลี่ยจาก 14 วันที่ผ่านมา จะแรงบวกที่เพิ่มจาก in-flow และ out-flow ประมาณ 2,000 BTC ต่อวัน

รายงานยังบอกด้วยว่าสัดส่วนการทำ on-chain transactions นั้นลดลงมาอยู่ที่ 14% ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และขึ้นไปอยู่ที่ 17% เป็นช่วงเวลาสั้นๆในเดือนพฤษภาคม

On-chain fees ในการถอน asset ออกกลับมาอยู่ที่ 3.7% ถึง 5.4% ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณถึง การซื้อที่เพิ่มขึ้นที่มากกว่าการขายออก

 

ตำรวจยูเครนจับลักลอบขุด BTC ด้วย PS4 กว่า 3,800 เครื่อง

การลักลอบขุด BTC เกิดขึ้นในโกดังร้างแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของบริษัท JSC Vinnytsiaoblenergo ที่ให้บริการ electricity supply โดยจ่ายไฟให้กับเครื่องขุดหลายประเภทรวมถึง Playstation 4

ในโกดังเจ้าหน้าที่ตรวจพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กว่า 5,000 รายการ รวมถึง PS4 จำนวน 3,800 เครื่อง, 500 GPUs, 50 CPUs รวมถึงโน๊ตบุ๊ค, โทรศัพท์, USBs

ทาง SBU ประมาณการค่าเสียหายรายเดือนที่ถูกลักไฟใช้ ซึ่งอาจทำให้ในเมือง Vinnytsa ดับได้อยู่ที่ประมาณ $186,000 – $259,300

การใช้ PS4 ในการขุด crypto นั้นได้ไม่คุ้มเสีย เพราะสเป็คเครื่องที่ต่ำและล้าหลังมากเมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์อื่นๆ แม้ว่าจะใช้ถึง 16 PS4s ในการขุด ก็ยังอาจจะไม่ได้กำไรเลย หากหักจากค่าไฟ (ค่าไฟที่จ่ายปกติไม่ได้ลักใช้)

ยักษ์ใหญ่ทางด้าน Internet ของเกาหลีใต้เสนอในการทำ CBDC นำร่องให้กับธนาคารกลางเกาหลี

เมื่อจันทร์ที่ผ่านมา เครือ Naver บริษัท Kakoa ยักษ์ใหญ่ด้าน internet ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำอันดับต้นๆในการทำโครงการ CBDC นำร่องให้แก่ Bank of Korea (BoK) เป็นแห่งแรกในประเทศ ในการทำสัญญาระยะเวลา 10 เดือน

ทาง BoK กำลังวางแผนที่จะเลือก operator สำหรับ blockchain-based simulation (การจำลอง) โปรเจคนี้ โดยทาง BoK จะตัดสินใจในเดือนหน้า และจะเปิดการนำร่องไปจนกว่าจะถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2022 ด้วยเงินงบประมาณกว่า 4.96B won หรือประมาณ $4.3B

จากข้อมูลตามรายงาน การเปิดนำร่องนี้มีจุดหมายเพื่อจำลองการใช้ CBDC ในสถานะการณ์ต่างๆบนระบบบัญชีแยกประเภท (distributed ledger technology) เพื่อที่ทาง BoK จะได้ทราบถึงปัญหาที่เกี่ยวกับการใช้ CBDC ไม่ว่าจะเป็นการไถ่ถอน, ปัญหาทางด้าน payments, การชำระ รวมถึงการซื้อขาย digital artworks และลิขสิทธิ์ต่างๆ
BoK เปิดประมูลเพื่อหาผู้ที่จะมาทำ CBDC นำร่องเมื่อเดือน พฤษภาคม และก่อนหน้านี้ที่ได้มีการตีพิมพ์เกี่ยวกับ CBDCs ไปในช่วง กุมภาพันธ์

Grayscale Digital Large Cap Fund ของ Grayscale ได้จดทะเบียนกับ SEC แล้ว

กองทุนนี้เป็นการรวมกันระหว่าง Bitcoin Trust และ Ethereum Trust 

ทาง Grayscale กล่าวว่ากองทุน Digital Large Cap Fund นั้นตอนนี้ได้ขึ้นตรงกับ (reporting company) Securities and Exchange (SEC) แล้ว

ทาง Grayscale กล่าวเพิ่มอีกว่า ยังมีอีกหลายกองทุน Trusts ที่ขึ้นตรงกับ SEC เช่น 

-Grayscale Bitcoin Cash Trust

-Grayscale Ethereum Classic Trust

-Grayscale Litecoin Trust

กองทุนที่ลงทะเบียนกับ SEC นั้นต้องยื่นงบการเงินต่อไตรมาส และประจำปี รวมถึงกรอกแบบฟอร์ม 10-Ks และ 8-Ks สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น