ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่วงการ NFT

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้เห็นการเพิ่มขึ้นของ NFT, crypto artist, ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม, นักดนตรี, คนดัง และตอนนี้กลุ่มร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ก็เอาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น McDonald’s, Burger King และ Taco Bell ที่กำลังเข้าสู่วงการ NFT เนื่องจากความสามารถในการส่งเสริมการขายและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการของตน

ต่อไปนี้คือภาพรวมคร่าวๆ ของการนำ NFT มาใช้ในภาคอาหารฟาสต์ฟู้ด

Taco Bell

ในเดือนมีนาคม 2021 Taco Bell ได้เปิดตัวคอลเลกชัน NFT ใหม่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรกในกลุ่มอาหารจานด่วนที่นำเสนอโทเค็นของสะสม

Burker King

ได้มีการเปิดตัว digital collectibles ภายใต้แคมเปญการตลาดชื่อ ” Keep It Real Meals ” ซึ่งลูกค้า Burger King ทุกคนจะสามารถสแกนรหัส QR ที่มาพร้อมกับอาหารเพื่อรับชิ้นส่วนเกมที่สะสมได้ 1 ใน 3 ชิ้น เมื่อผู้เล่นได้รับทั้งสามอย่าง พวกเขาจะได้รับโทเค็นที่ 4 เป็นรางวัลแบบ digital collectibles

McDonald

แม้ว่าจีนจะสั่งห้ามเกือบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับ แต่สาขาในจีนของ McDonald จะปล่อยชุด NFT จำนวน 188 รายการให้กับพนักงานและลูกค้าของบริษัท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 31 ปีของแฟรนไชส์ที่ชื่อว่า “Big Mac Rubik’s Cube”

Pizza Hut

ได้เปิดตัวโครงการ NFT ชื่อ “1 Byte Favourites” ซึ่งเป็นภาพ NFT ของพิซซ่า ในการประกาศเมื่อวันที่ 17 มีนาคม บริษัทกล่าวว่าจะออกภาพ NFT ของพิซซ่าชิ้นหนึ่งทุกสัปดาห์ แต่ละภาพและ NFT จะมาพร้อมกับสูตรที่แตกต่างกัน และผู้ซื้อที่สนใจจะสามารถเข้าถึง NFT ใน Rarible

สื่อการตลาดใหม่สำหรับแบรนด์ใหญ่

เช่นเดียวกับเทรนด์ยอดนิยมอื่น ๆ ในโลกออนไลน์ นักการตลาดต่างกระโดดเข้าสู่วงการ NFT เพื่อรับส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยใช้เทคโนโลยีใหม่นี้

แบรนด์อาหารจานด่วนและแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าการใช้ NFT เป็นทางเลือกและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้ผลจริง

ข้อมูลผู้ใช้ CoinMarketCap กว่า 3 ล้านบัญชีรั่วไหล

ตามรายงานล่าสุดจากเว็บไซต์ที่ติดตามภัยคุกคามความปลอดภัยทางไซเบอร์หลายแห่ง รวมถึงการแฮ็กและบัญชีออนไลน์ ที่อยู่อีเมลประมาณ 3,117,548 ของผู้ใช้ CMC รั่วไหลเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม

อย่างไรก็ตาม โดยไม่มีใครทราบจะกระทั่งมีการค้นพบที่อยู่อีเมลในฟอรัมการแฮ็กหลายแห่ง โดยกำลังถูกซื้อขายกันอยู่

Coinmarketcap ยืนยันข้อมูลรั่ว

“ CoinMarketCap ตระหนักดีว่าข้อมูลออนไลน์ที่อ้างว่าเป็นรายการบัญชีผู้ใช้นั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงที่อยู่อีเมล (ไม่มีรหัสผ่าน) แต่เราพบว่ามันตรงกับฐานสมาชิกของเรา ”

อย่างไรก็ตาม การรั่วไหลของข้อมูลได้ทำลายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และอาจทำให้มีที่ว่างสำหรับการโจมตีแบบเล็งรายบัญชี รวมถึงการฟิชชิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ตัวแทนของ CoinMarketCap เปิดเผยเพิ่มเติมว่าการแฮ็กไม่ได้มาจากเซิร์ฟเวอร์ใด ๆ ของไซต์ และพวกเขายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของการแฮ็กได้

“ เราไม่พบหลักฐานการรั่วไหลของข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของเราเอง ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบปัญหานี้อย่างจริงจังและจะอัปเดตสมาชิกของเราทันทีที่เรามีข้อมูลใหม่ ”

ไม่ใช่ครั้งแรก

ในขณะเดียวกัน การรั่วไหลของข้อมูลไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรม crypto ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทหลายแห่ง รวมถึง BitMEX, Ledger และอื่นๆ อีกมากมาย ประสบกับการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งทำให้ลูกค้าหลายล้านคนตกอยู่ในอันตราย

ในปลายปี 2020 Ledger ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์พบว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้หลายคน รวมถึงที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ไปรษณีย์ และอื่นๆ รั่วไหลในฟอรัมสาธารณะต่างๆ

Raoul Pal : มีโอกาส 70% ที่ Bitcoin และ Ethereum จะพุ่งทะลุเพดาน

Raoul Pal CEO ของ Real Vision บอกกับผู้ติดตาม Twitters 695,100 คนของเขา ว่า Bitcoin จะมีมูลค่ามากกว่า 3 เท่าจากราคาปัจจุบัน ในขณะที่ Ethereum อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ไปแตะ $200,000 และ $20,000 ตามลำดับ

“ นี่ไม่ใช่ความแน่นอน เป็นผลจากความน่าจะเป็น สำหรับผม $20,000 ETH และ $200k BTC เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง (70% + โอกาส) อะไรที่จะทำได้ได้ดีกว่าและผลจะออกมาเป็นอย่างไรไม่มีใครคาดเดา…”

Pal กล่าวว่าขณะนี้กราฟ Bitcoin กำลังคล้ายกับในปี 2013

ผู้ก่อตั้ง Real Vision ยังกล่าวอีกว่า ” มีโอกาสที่ดี ” ที่ Bitcoin bullish รอบปัจจุบันนั้นนานกว่าครั้งก่อน

Ethereum อาจถึง $40,000 ภายในสิ้นไตรมาสที่ 1 หรือ 2 ของปี 2022 หากเป็นไปตามพฤติกรรมราคาที่ Bitcoin ที่คล้ายกับช่วง bullish ในปี 2017

เมื่อถูกถามว่า Ethereum จะร่วง 90% หรือไม่ คล้ายกับที่เกิดขึ้นในปี 2018 หลัง bullish เขาตอบ

” ไม่นะ มันจะลดลงน้อยกว่านั้นมาก หากจะให้ผมตอบจริงๆ ”

Bitcoin มีการซื้อขายที่ $63,600 ในขณะที่ Ethereum อยู่ที่ $4,140 ตามข้อมูลจาก CoinGecko