จำนวน ETH Addresses ได้ลดลงสูงติดระดับ All Time High

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นเวลาที่ท้าทายมากสำหรับ ETH ซึ่งได้ร่วงลงอย่างหนักลงไปถึง $1K เมื่อวานนี้ แต่ยังดีที่ ETH bulls สามารถตั้งแนวรับไว้ไม่ให้ร่วงเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม จากราคาที่ร่วงอย่างหนักได้ทำให้ addresses ที่ถือ ETH นั้นลดลงติดระดับ ATH ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Glassnode เปิดเผยว่าจำนวน Ethereum addresses ที่หายไปในช่วง 7 วันที่ราคาร่วงอย่างหนัก นั้นสูงเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 38.6 ล้านบัญชี

https://cdn.shortpixel.ai/spai/w_700+q_lossless+ret_img+to_webp/https://cryptopotato.com/wp-content/uploads/2022/06/img1_eth-1.jpg

เป็นผลมาจากการลดลงอย่างมากของราคาของ ETH ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้

ETH ติดลบร่วง -40% ในช่วงสัปดาห์ก่อน โดยแตะระดับต่ำสุดที่ 1,000 ดอลลาร์ (บน Binance) เมื่อวานนี้ อีกทั้ง ETH ยังเป็นผู้นำแง่ของการถูก liquidated ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์

เป็นที่น่าสังเกตว่าตัวเลขข้างต้นสามารถเพิ่มขึ้นได้เนื่องจาก สภาวะตลาดที่ผันผวนตั้งแต่ช่วงเมื่อวาน หลังจากที่คุณ Jerome Powell ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps เขาบอกเป็นนัยว่านี่อาจเป็นระดับสูงสุดที่ Fed จะทำได้ และอาจจะไม่มากเท่านี้ในอนาคต

จากการประกาศดังกล่าวทำให้ราคา ETH ฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยเกือบ 10% และขณะนี้ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $1,100

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Bitcoin ร่วง -10% แตะระดับ $20,000, Ethereum ร่วง -15%

Bitcoin ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $20,184 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap นับได้ว่า Bitcoin สูญเสียมูลค่าไปถึง 1 ใน 3 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่คาดการณ์ไว้จากธนาคารกลางสหรัฐ

มูลค่าตลาดของ Bitcoin ลดลงจาก $1.27T ในเดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต่ำกว่า $386B ในวันนี้

Ethereum (ETH) ร่วงลงกว่า -15% และปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $1,029 ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในปัจจุบันที่ $128.79B Ethereum ได้สูญเสียมูลค่าไปเกือบ 80% นับตั้งแต่ ATH ที่ $4,891.70 ในเดือนพฤศจิกายน 2021ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ทำไมตลาดคริปโตถึงพัง?

เหตุผลหลักคือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของรัฐบาลกลางเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มการไหลออกของกองทุน crypto และกิจกรรมการเงินกระจายอำนาจ (DeFi) ที่ลดลง และด้วยอัตราเงินเฟ้อสูงสุดที่ 8.6% ในสหรัฐอเมริกา Fed คาดว่าจะประกาศเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เป็นไปได้ในวันนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน $102M ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้ Total Value Locked (TVL) ในบล็อคเชนทั้งหมด รวมถึง Ethereum, Tron, BNB Chain, Avalanche และ Solana ลดลงกว่า -8% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก DefiLlama

โปรโตคอลการให้ยืม DeFi Aave, Lido และ Compound ได้สูญเสีย TVL ไปอย่างน้อย 30% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

คู่เหรียญ ETH ร่วงต่ำกว่า 1,000 บน Uniswap เพราะโดน Whale Dump!

ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ตลาดคริปโตเกิดความปั่นป่วนและความผันผวนครั้งใหญ่ ในช่วงที่เกิดความวุ่นวาย whale ได้ทำการจ่ายหนี้คืนด้วย  ETH จำนวนมาก ทำให้ราคาบน Uniswap ลดลงเหลือ 941 USDC ก่อนที่มันจะฟื้นตัว
ข้อมูลการทำธุรกรรมสามารถดูได้ตามนี้

ในขณะนี้ราคาได้กลับสู่ช่วงต่ำกว่า $1,300 เล็กน้อย 

ETH ลดลง 11.2% ในวันนี้และเกือบ 30% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Coinglass เปิดเผยว่า ETH ถูก liquidated ไปกว่า $170M ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน ตลาดคริปโตในวงกว้างก็ลดดลงต่ำกว่า $1T ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Ethereum ยังคงเป็นผู้นำด้านกำไร นำห่างคู่แข่งบน Layer 1

การใช้เครือข่ายบล็อคเชนลดลงในระบบนิเวศหลักส่วนใหญ่ในขณะที่แนวโน้มตลาด bearish ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ Ethereum ยังคงทำรายได้สูงแซงหน้าคู่แข่งเจ้าอื่น

ด้วยค่าธรรมเนียมเครือข่ายและรายได้เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีของสถานะของตลาด ในช่วงตลาด bullish จะมีค่าธรรมเนียมและรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดอยู่ในสถานะ bearish ประมาณครึ่งปีหลังสำหรับตลาด bearish ในปัจจุบันที่รายรับจากเครือข่ายเชนคริปโตจำนวนมากได้ลดลงต่ำลง

ด้วยการสังเกตจากคุณ Jack Niewold ผู้ก่อตั้ง Crypto Pragmatist เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน เขาเปิดเผยว่าเหตุใดเขาจึงคิดว่า Ethereum เป็นผู้นำด้านรายได้อยู่

Ethereum ยังคงเป็นผู้นำในด้านค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม

เมื่อคำนึงถึงค่าธรรมเนียมแล้ว Ethereum ผู้ใช้ทั่วไปเกือบไม่สามารถทำธุรกรรมได้ในเดือนพฤศจิกายนและพฤษภาคม เพราะค่าธรรมเนียมพุ่งขึ้นสูงมาก อย่างไรก็ตาม บางคนก็ยังยินดีจ่ายเงินมากมายเพื่อใช้เครือข่าย ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความต้องการของ Ethereum

Niewold ตั้งข้อสังเกตว่าเครือข่าย Layer 1 ทางเลือกไม่ได้รับประโยชน์จากค่าธรรมเนียมนี้ “เนื่องจากความได้เปรียบในการแข่งขันที่ลดลงในช่วงที่มีกิจกรรมบนเครือข่ายต่ำ”

เขาใช้ Solana เป็นตัวอย่างซึ่งเห็นว่ามูลค่าบนตัวเชนนั้นค่อนข้างแย่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และการหยุดชะงักของตัวเครือข่ายถึง 5 ครั้ง ก็ส่งผลเสียต่อ Solana เป็นอย่างมาก ดูได้จากทวีตด้านล่างนี้

กราฟ Token Terminal ถูกใช้เพื่อแสดงรายการ 10 อันดับแรกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยทั้งหมดนั้นทำรายได้ทะลุ $10M ต่อวันในช่วงพีคของ cycle นั้น แต่ช่วงนี้กลับทำได้ไม่ถึง $1M ด้วยซ้ำ ทำให้เห็นชัดเลยว่า Ethereum ยังคงเป็นผู้นำอยู่

ค่าธรรมเนียมรายวันเฉลี่ยของ Ethereum ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ $10M ต่อวัน ตามข้อมูลจาก Cryptofees

อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัด on-chain แบบ bullish นี้ไม่ได้สะท้อนถึงราคาของเหรียญ เนื่องจากยังมีการเทขายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ราคาของ Ethereum -6% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ $1,750 ในขณะที่เขียนข่าว ตามข้อมูลจาก  CoinGecko มูลค่าของเหรียญนั้น -12% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและตอนนี้ลดลง -64% จากระดับ all time high เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Ethereum ร่วงถึงระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับ Bitcoin นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021

มูลค่าของ Ethereum เทียบกับ BTC นั้นลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ซื้อขายในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021

Altcoins ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงขาลงอีกครั้งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สิ่งนี้ทำให้ Bitcoin dominance พุ่งสูงขึ้นอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ปีที่แล้ว

ในขณะที่เขียน ETH ซื้อขายอยู่ที่ 0.0629 BTC ซึ่งครั้งล่าสุดที่ราคานี้คือวันที่ 22 ตุลาคม 2021

https://cdn.shortpixel.ai/spai/w_728+q_lossless+ret_img+to_webp/https://cryptopotato.com/wp-content/uploads/2022/05/img1_eth.jpg

ในขณะเดียวกัน การ pullback ในวันนี้ มูลค่าของ ETH ดิ่งลง -7% ทำให้กว่า $86M ถูก liquidated ไป

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การ liquidated ส่วนใหญ่นั้นเกิดจาก ETH contracts โดยมียอด liquidated  ที่มากที่สุดในวันนี้บน OKEx และเป็นการ swap ETH-USDT ที่มีมูลค่าประมาณ $2.24M ตามข้อมูลจาก Coinglass

ตามรายงานก่อนหน้า

นี้ การที่ราคา ETH ร่วง เกิดขึ้นท่ามกลางการ pullback ของตลาดในวงกว้างที่ altcoins หลายตัวติดลบ

https://cdn.shortpixel.ai/spai/w_728+q_lossless+ret_img+to_webp/https://cryptopotato.com/wp-content/uploads/2022/05/img3.jpg

สิ่งนี้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมากในค่าของ Bitcoin domincane ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่วัดส่วนแบ่งของ BTC เมื่อเทียบกับตลาดทั้งหมด ซึ่งก็อยู่จุดสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วเช่นกัน

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Vitalik Buterin ยืนยันว่าการอัพเกรดครั้งใหญ่ของ Ethereum “The Merge” อาจเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้!

ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum รวมถึงนักพัฒนา ETH หลัก 2-3 ราย ยืนยันว่าการอัพเกรด “The Merge” ควรเกิดขึ้นก่อนที่ “difficulty bomb” (การทำให้ขุดเหรียญยากขึ้น) ซึ่งจะทำให้เครือข่ายช้าลง กล่าวโดย Preston Van Loon ผู้พัฒนาหลักของ ETH ในระหว่างการประชุม Permissionless

“เท่าที่เรารู้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เดือนสิงหาคมก็สมเหตุสมผลดี ถ้าเราจะไม่เลื่อนเวลา difficulty bomb ออกไป เราก็ควรอัพเกรดให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ”

Difficulty bomb นั้นฝังอยู่ในโค้ดของ Ethereum ซึ่งจะทำให้เครือข่ายช้าลง ทีมผู้พัฒนาได้ใส่มันเอาไว้ด้วยเหตุผลสองประการ 1.เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายระบบจาก PoW เป็น PoS และ 2.ทำให้การขุดเหรียญนั้นทำได้ยากขึ้น ซึ่งก็ช่วยทำให้เครือข่ายแข็งแกร่งขึ้นจากการแฮ็กด้วยเช่นกัน

Difficulty bomb ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้งแล้วเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเครือข่ายนั้นทำงานได้อย่างเสถียร และในครั้งนี้ทีมนักพัฒนากล่าวว่า ถ้าจะไม่เลื่อน ก็ควรทำการอัพเกรดใหญ่นี้ให้เสร็จก่อนที่เครือข่ายจะช้าลงจาก difficuly bomb

ก่อนหน้านี้ Tim Beiko ผู้พัฒนาอีกรายกล่าวว่า The Merge จะไม่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนตามที่คาดไว้ แต่น่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนต่อมา

Vitalik Buterin เคยกล่าวไว้ในงาน Shanghai Summit และได้เผื่อเวลาไว้ด้วยเพื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเขาบอกว่าการอัพเกรด “The Merge” นี้อาจเกิดขึ้นในเดือนกันยายน หรือตุลาคม

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

กองทุน Bitcoin มีการไหลออก มากที่สุดใน 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่มิถุนายน 2021

ตามรายงานกระแสกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลรายสัปดาห์ของ CoinShares กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมไหลออกสำหรับสัปดาห์นี้ในวันศุกร์ มีมูลค่ารวม $120.1M การไหลออกของ Bitcoin ขนาดใหญ่ได้รับการชดเชยเล็กน้อยโดยมีมูลค่าการไหลเข้าสำหรับผลิตภัณฑ์ FTX Token (FTT) มูลค่าประมาณ $38M 

เงินไหลออกมูลค่า $132.7M จากกองทุน BTC เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ยอดไหลออกต่อเดือนในเดือนเมษายนกลายเป็น $310.8M 

ครั้งสุดท้ายที่กองทุน BTC เห็นระดับการไหลออกในสัปดาห์เดียวคือระหว่างช่วงแนวโน้มขาลงในเดือนมิถุนายน 2021 อันเป็นผลมาจาก FUD ที่สำคัญในข่าว ซึ่งรวมถึง Tesla ที่หยุดรับ BTC สำหรับการจ่ายค่ารถยนต์ เนื่องจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม และจีนที่ไล่แบนเหมืองขุดคริปโต

CoinShares ตั้งข้อสังเกตในรายงานว่าดูเหมือนว่าจะไม่มีตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเหตุใดระดับความเชื่อมั่นในการลงทุนแบบเหมือนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่เป็นไปได้ 2 – 3ประการ 

เช่นเดียวเหรียญชั้นนำอื่นๆ และดัชนีตลาดหุ้นต่างๆ ราคาของ BTC ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยลดลงประมาณ 18.2% มาอยู่ที่ $37,970 โดยผู้คนจำนวนมากมองว่า สิ่งนี้เป็นเพราะกลัวว่าอัตราเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นจะทำให้ราคาของ BTC ร่วงลงเพิ่มได้

ในมุมมองที่กว้างขึ้น การไหลออกโดยรวมของเดือน (MTD) สำหรับผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดที่ติดตามโดย CoinShares มีมูลค่ารวม 326.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนสถาบันมองหาความเสี่ยงจากการลงทุนทั้งหมดด้วยการลงทุนคริปโต

สิ่งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงภาวะ bearish แบบเดิมเมื่อต้นปีนี้ แม้ว่าจะใกล้เคียงกับการไหลออกที่ $467M สหรัฐก็ตาม ในระดับภูมิภาค การไหลออกถูกแบ่งอย่างเท่าเทียมกันระหว่างทวีปอเมริกาซึ่งประกอบไปด้วย 41% และยุโรป 59%”

Ether (ETH) ก็ประสบกับภาวะ bearish ในช่วงที่ผ่านมา โดยผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ETH ได้รับผลกระทบจากการไหลออกมูลค่า $25M และ MTD ที่ไหลออก $82.3M 

ในอีกด้าน กองทุนที่เชื่อมโยงกับ exchange และ FTT ของแพลตฟอร์ม NFT ของ FTX มีการไหลเข้ามูลค่า $38M แต่เนื่องจากกองทุน FTT ถูกจัดประเภทภายใต้ category “อื่นๆ” จึงไม่มีความชัดเจนว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มขาขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาของ FTT ที่ลดลง 24.5% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนของ Terra และ Fantom มีกระแสเงินไหลเข้าเล็กน้อยอยู่ที่ $390,000 และ $250,000 ตามลำดับ

ข้อมูลจาก : LINK

ภาพจาก : LINK

นักขุด Ethereum ทำเงินได้รวมกว่า $1.29B ในเดือนมีนาคม!

ข้อมูลใหม่แสดงให้เห็นว่านักขุดEthereum มีรายได้รวม $1.29B ในเดือนมีนาคม แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังห่างกับช่วง all time high ของเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วอยู่มาก

ตามข้อมูลจาก The Block รายได้รวมต่อเดือนของนักขุด Ethereum เพิ่มขึ้นประมาณ 7.2% ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2022 ที่สำคัญเลย นี่หมายความว่านักขุดได้ทำลายแนวโน้มขาลงที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 ได้แล้ว ซึ่งช่วงนั้นนักขุดทำเงินรวมต่อเดือนได้กว่า $2B และลดลงเรื่อยๆ ในไม่กี่เดือนต่อมา

เกือบทั้ง $1.29B มาจากการขุด ในขณะที่น้อยกว่า $100M มาจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอัพเดต EIP-1559 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว

นับตั้งแต่ Hard Fork ในลอนดอน เครือข่าย Ethereum เริ่มเผาเหรียญบางส่วน โดยตัวเลขคร่าวๆในขณะนี้นั้นได้เผาไปแล้วถึง  2,063,565 ETH รวมมูลค่ากว่า $7B ณ ราคาในขณะนี้ ตามข้อมูลจาก Watch The Burn

ข้อมูลจาก : LINK

ภาพจาก : LINK

ผู้ใช้ BitMEX สามารถซื้อและแปลง Ethereum (ETH) ได้แล้ว

ในประกาศวันที่ 21 มีนาคม  แจ้งว่าผู้ใช้จะสามารถฝาก ถอน ซื้อ และแปลง ETH ได้ทันที โด เดิมทีนั้นแพลตฟอร์มเป็นที่รู้จักในเรื่องการซื้อขายอนุพันธ์ Bitcoin เท่านั้น BitMEX ได้เพิ่มการรองรับสินทรัพย์ใหม่  และล่าสุดก็คือ Ethereum (ETH) เพิ่มเติมจาก Tether (USDT ERC-20) ก่อนหน้า

ลูกค้ามีตัวเลือกให้เลือกจาก 36 สกุลเงินคำสั่งเมื่อซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลบน BitMEX บางส่วน ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, BRL, CAD, CHF เป็นต้น

BitMEX สัญญาว่าผู้ใช้จะสามารถแปลง USDT เป็น ETH ได้ “โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่ คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องความคลาดเคลื่อน เนื่องจากธุรกรรมตัวแปลงสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดบน BitMEX จะเกิดขึ้นทันทีและอยู่ในราคาที่แสดงอยู่”

ตอนนี้แถลงการณ์แจ้งว่าบริษัทต้องการเพิ่มสินทรัพย์ใหม่ในสัปดาห์ต่อๆ ไป นอกเหนือจาก Ethereum

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดตัวสาขาสปอต นั่นคือ BitMEX Spot และก็เพิ่งได้เปิดตัวและแจก airdrop เหรียญ BMEX ในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้

เกือบ $6B ETH ถูกเบิรน์ไปแล้วในขณะที่การเปิดตัว Ethereum 2.0 กำลังใกล้เข้ามา

กลไกการเบิร์นเหรียญของ Ethereum นั้นร้อนแรงกว่าที่เคยเป็นมา เครือข่ายได้ทำการเบิรน์ ETH ไปแล้วกว่า 2 เหรียญ อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่เปิดตัวกลไกนี้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตามข้อมูลจาก Watch the Burn จำนวนทั้งหมดอยู่ที่ 2,000,996 ETH ซึ่งมีมูลค่าประมาณ $5.82B ตามราคาปัจจุบัน

EIP-1559 London hard fork ซึ่งเป็นชื่อทางเทคนิคสำหรับกลไกการเบิร์น เป็นเพียงหนึ่งในการอัปเดตหลายรายการที่เกิดขึ้นกับเครือข่าย

แทนที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมทั้งหมดเพื่อดำเนินการต่างๆ บน Ethereum ที่ส่งไปยังผู้ขุด EIP-1559 ได้แบ่งค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐานแทน ค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ถูกเบิร์นนั้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะเพื่อลบเหรียญออกจากการหมุนเวียนในระบบ

กลไกการเบิร์นนี้ยังทำให้เกิดมีมใหม่ขึ้นมาด้วย “ultra-sound money

มีมตามที่ว่าเมื่อมีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นบน Ethereum และเป็นไปได้ว่าการเบิร์น supply ที่หมุนเวียนในระบบอาจแซงหน้าจำนวนสามารถขุดขึ้นมาได้ ซึ่งสิ่งนี้สร้างผลกระทบจากภาวะเงินฝืด ในตลาดที่จะทำให้การซื้อนั้นน้อยลงเรื่อยๆ

ระหว่างงาน Camp Ethereal ของปีนี้ Joe Lubin ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO Ethereum ของ ConsenSys เตือนอีกครั้งว่าการอัปเกรดอีกครั้งจะทำให้มีมที่ว่าเป็นที่สนใจมากกว่านี้อีก

Ethereum 2 (Consensus Layer)  จะช่วยปรับปรุงความเร็วการทำธุรกรรมของเครือข่าย ลดต้นทุน และ “จะยุติปัญหาคาร์บอนหรือด้านพลังงานของ Ethereum” 

การอัปเกรดจะทำให้ Ethereum เปลี่ยนไปจากกลไกฉันทามติ proof-of-work (PoW) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Bitcoin ใช้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม ไปเป็นโมเดลอื่นที่เรียกว่า proof-of-stake (PoS) กลไกหลังนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า เนื่องจากต้องการพลังประมวลผลน้อยกว่า เป็นผลทำให้ใช้พลังงานน้อยลง