Vitalik Buterin ปล่อย Roadmap “ Endgame ” สำหรับ ETH 2.0

ในโพสต์เมื่อวันจันทร์ที่มีชื่อว่า “ Endgame ” Buterin ได้นำเสนอแนะนำการทดลองทางความคิดว่าบล็อคเชนขนาดใหญ่โดยเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งกำหนดโดยความถี่ของบล็อกที่สูงมาก ขนาดบล็อกที่สูง และการทำธุรกรรมนับพันต่อวินาที ยังถือว่าไม่น่าเชื่อถือเพียงพอและสามารถต้านทานการเซ็นเซอร์ได้ การแลกเปลี่ยนที่ชัดเจนสำหรับความสามารถในการปรับขยายได้ในระดับนี้คือการรวมศูนย์ของการผลิตแบบบล็อก วิธีแก้ปัญหาของ Buterin ดังที่นำเสนอในบล็อกโพสต์ ไม่ได้กล่าวถึงปัญหาการรวมศูนย์ แต่ก็ได้บอกวิธีการเอาไว้

ในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา Buterin ได้แนะนำ ” การ stake ระดับที่สองด้วยความต้องการทรัพยากรต่ำลง ” เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกแบบกระจาย “ เพื่อการป้องกันการฉ้อโกง หรือ ZK-SNARKS เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกโดยตรง และราคาถูก ” โดยตรง และ “แนะนำการสุ่มตัวอย่างความพร้อมของข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบความพร้อมใช้งานของบล็อก และ เพิ่มช่องทางธุรกรรมรองรับเพื่อป้องกันการถูกเซ็นเซอร์ ”

Buterin กล่าวว่าการผลิตบล็อกจะยังคงเป็นแบบรวมศูนย์ (centralized) แม้จะใช้สิ่งที่เรียกว่า “ rollups ” ซึ่งเป็นโซลูชั่นเลเยอร์ 2 ที่ดำเนินการธุรกรรมนอกเชนหลักของ Ethereum ( Buterin เคยได้มีการนำเสนอ rollup-centric roadmap สำหรับ Ethereum ไว้ในเดือนตุลาคม 2020)

“ การ rollups ส่วนใหญ่ ทำได้ไม่กี่ร้อยธุรกรรมต่อวินาที ” เขากล่าว แม้ว่าการโรลอัพอาจส่งผลต่อการผลิตบล็อกแบบกระจาย แต่การกระจายอำนาจ จะยังคงทำได้ยากเพราะรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่าง cross-domain extracxtable revenue หรือ MEV นั้นเกินผลตอบแทนจากการสร้างบล็อคและค่าแก็สแบบปกติ

สรุปได้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่การผลิตบล็อกจะถูกรวมศูนย์ ไม่ว่าจะมองไปด้านไหนก็ตาม การปรับขนาดที่เครือข่ายจากการใช้ประโยชน์ของ rollup-centric roadmap ที่เน้นการควบรวมของ Ethereum จะเปิดโอกาสสำหรับอนาคตในทุกด้าน

Spiral : Jack Dorsey ประกาศเปิดตัว Lightning Dev Kit (LDK)

Spiral บริษัทลูกของ Square ที่เน้นการพัฒนา Bitcoin ได้เปิดตัว Lightning Development Kit (LDK) อย่างเป็นทางการพร้อมกับ short film เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทาง Spiral กล่าวว่าได้ทำการพัฒนา LDK ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา โปรเจ็กต์นี้เป็นการใช้งาน Lightning ที่ยืดหยุ่นซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักพัฒนาที่ต้องการรวมเครือข่าย Lightning ของ Bitcoin เข้ากับแอพของตนอย่างราบรื่น โดยตัว Library นั้นมีทั้ง Rust และ Swift ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เขียน code ให้ใช้งาน

LDK จะขจัดอุปสรรคในการปรับใช้ Lightning Network และช่วยให้นักพัฒนาสามารถมุ่งเน้นไปที่การทำงานภายในแอพของตนได้ โปรแกรมเมอร์สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้งานที่ยืดหยุ่นของโปรโตคอลเลเยอร์ 2 ของ Bitcoin ได้อย่างราบรื่นเพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายแบบ scalable เมื่อนำไปใช้แล้ว LDK จะเปิดใช้งานการชำระเงินด้วย Bitcoin ทันทีในเกม และแอพ Bitcoin อื่นๆ

โครงการนี้ได้ผลดีอยู่แล้วก่อนการประกาศครั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคม Blue Wallet ได้ประกาศการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ของ Lightning Network โดยใช้ LDK rn-ldk ที่ใช้ประโยชน์จากการใช้งานของ Spiral เพื่อนำโหนด Lightning แบบโอเพนซอร์สที่ใช้เนื้อที่น้อยมาสู่ React Native ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กยอดนิยมสำหรับแอปมือถือ rn-ldk ของ Blue Wallet ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดและเติมเงินให้กับ Lightning จากอุปกรณ์มือถือของตนได้โดยตรงจาก hardware wallet แบบ air-gapped รวมถึงคุณสมบัติอื่นๆ

Coinbase เปิดตัว Open-Source Library “ Kryptology ”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Coinbase ได้ประกาศการสร้าง ห้องสมุดคริปโตแบบใหม่ที่เรียกว่า Kryptology ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาบล็อกเชน ซึ่งรวมถึง API ที่ปลอดภัย ตรวจสอบและใช้งานได้ง่าย ตลอดจนพื้นที่เก็บข้อมูลปัญหาทั่วไปและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์วงการคริปโต

หากไม่มีการเข้ารหัส (cryptography) cryptocurrencies อย่าง Bitcoin ก็จะเป็นเพียง code ที่ใครก็สามารถลอกไปใช้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสำคัญ เช่น การใช้จ่ายซ้ำซ้อนของสกุลเงิน โดยได้มีความก้าวหน้าล่าสุด ได้แก่ Boneh Lynn Shacham หรือ BLS Signature ซึ่งใช้เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ส่งและตรวจสอบธุรกรรมในขณะที่มั่นใจว่าข้อมูลของพวกเขาจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย และอีกตัวที่มีผู้ใช้ยอมรับเยอะคือ Shamir Secret Sharing หรือ SSS ซึ่งเป็นอัลกอริธึมที่ใช้แชร์ความลับระหว่างผู้ใช้หลายบัญชี ที่เรียกว่า shareholders หรือผู้ถือหุ้นนั่นเอง ซึ่งต้องทำงานร่วมกันเพื่อข้อมูลลับดังกล่าวขึ้นมา การใช้นี้เหมาะมากสำหรับการจัดเก็บคีย์ส่วนตัวที่ต้องถูกใช้บน DeFi, pools, รวมถึง smart contract สำหรับการทำธุรกรรมที่ใช้เงินจำนวนครั้งละมากๆ

และอีกหนึ่งตัวคือ Zero-Knowledge proofs ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ส่งต่อนั้นจะตรวจสอบได้โดยไม่ถูกเปิดเผยในส่วนที่สำคัญ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานกับแอพบน DeFi ที่ซับซ้อน สุดท้ายคือการเปิดตัว Pasta ที่สามารถเพิ่ม potentail ให้กับตัว wallet ได้

นวัตกรรมการเข้ารหัส (cryptography) ชั้นนำอีกหนึ่งอย่างคือ privacy coins ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถหลบเลี่ยงการติดตามของบริษัทต่างๆที่รวบรวมข้อมูลบนบล็อคเชนได้ และป้องกันไม่ให้ผู้ใช้รายอื่นดูรายละเอียดธุรกรรมของพวกเขาได้ แต่ได้มีการบังคับใช้กฎหมายกับส่วนนี้เพราะเป็นการโปรโมตการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

Bitmart ถูกแฮ็ก ความเสียหายกว่า $200M

Peckshield เผยข้อมูลการแฮ็ก Bitmart ความเสียหายกว่า $200M ซึ่งในขั้นต้นระบุว่าการโอนประมาณ $100M มีการทำธุรกรรมผ่านบล็อกเชน Ethereum

การสืบสวนเพิ่มเติมจากทีมเปิดเผยว่ามีการแฮ็กพร้อมกันถึง $96M จากทุนสำรองของ BSC

แฮกเกอร์ขโมยกว่า 20 รายการซึ่งรวมถึง altcoins เช่น Binance Coin (BNB), Safemoon, BSC-USD และ BNBBPay (BPay) เหรียญมีมเช่น BabyDoge, Floki และ Moonshot ก็ถูกแฮ็กเช่นกัน

Sheldon Xia CEO ของ Bitmart ได้ยืนยันการแฮ็กบน Twitter ในภายหลังว่าเป็น “ เป็นการแฮ็กครั้งใหญ่ ” สำหรับ ETH และ BSC hot wallets

Transfer of stolen tokens on Bitmart. Source: PeckShield

“ ในขณะนี้ เรายังคงสรุปวิธีการที่เป็นไปได้ของการแฮ็กครั้งนี้ซึ่งมีความเสียหายประมาณ $150M ”

รวมถึง แพลตฟอร์มการให้ยืมสกุลเงินดิจิทัลของ Celsius ที่ได้ยืนยันการสูญเสียกว่า $50M ในการ exploit จากโปรโตคอล DeFi BadgerDAO

ที่ดิน Metaverse กำลังมาแล้ว ทำยังไงดี?

เมื่อวันศุกร์ มีคนใช้เงิน $450,000 ซื้อที่ดินใน Metaverse ถัดจากคฤหาสน์ของ Snoop Dogg ใน “  Snoopverse ”  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโลก The Sandbox โดยตัว Snoop Dogg ก็ออกมาทวีตเกี่ยวกับเรื่องนี้่เช่นกันว่า “ มันก็ต้องประมาณนี้แหละ ”

ยอดขายที่ดินของ Metaverse สูงถึง $100M ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมกับ $2.43M สำหรับที่ดินใน Decentraland และที่ดินราคา $4.3M ของ The Sandbox

The Sandbox ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเต็มที่ และเพิ่งมีการเปิดทดสอบช่วง Alpha Phase ไปในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ SAND ราคาเพิ่มขึ้นมา 82% ในเดือนที่แล้ว ขณะที่ MANA ก็พุ่งขึ้น 35% เช่นกัน 

ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ เริ่มจริงจังขึ้น เนื่องจากมีหลายคน ใช้เงินจริงเพื่อบ้านใน Metaverse และแบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Snoopverse, Budverse และ Tinderverse ก็คิดเช่นเดียวกัน และเพื่อไม่ให้ Metaverse เป็นเพียงแค่เกมเฉยๆ เหล่าศิลปิน NFT ก็ได้ร่วมกันพิสูจน์ โดยการจัดงานปาร์ตี้นำโดย Gary Vaynerchuk ที่ Art Basel ในไมอามี่สัปดาห์นี้

แน่นอนว่าหลายคนที่ซื้อ Metaverse โทเค็น ไม่ได้ใช้เวลาในโลกเสมือนเท่าไหร่นัก แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเหล่านี้กำลังใช้โทเค็นต่างๆ ในการลงทุนเพื่อทดแทนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เสือนเหล่านี้ เช่นเดียวกับการซื้อหุ้นจาก Coinbase, Bitcoin Futures ETF และอื่นๆ

เอลซัลวาดอร์ Buy the Dip เพิ่ม 150 BTC ($7.3M)

เอลซัลวาดอร์ได้อัพเดทก่อนหน้านี้ว่าประเทศได้ตอบสนองต่อราคา BTC ที่ร่วงลงเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยการซื้อเพิ่มอีก 150 เหรียญในราคาเฉลี่ยเหรียญละ $48,500

พูดได้เลยว่าเอลซัลวาดอร์เป็นประเทศที่ bullish ที่สุดในโลกจาก Bitcoin แบบถูกกฎหมาย ประธานาธิบดี Nayib Bukele และฝ่ายบริหารของเขาได้ใช้ทุกโอกาสเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสในตลาดต่อไป เช่น การวางแผนใช้ผลกำไร BTC เพื่อสร้างโรงเรียน, โรงพยาบาลสัตว์เลี้ยง และ Bitcoin City

วันนี้ก่อนหน้านี้ Bukele ได้อัพเดทว่าประเทศได้เริ่มสะสมเหรียญมากขึ้นแล้ว การซื้อ 150 เหรียญนี้เกิดขึ้นเพราะราคา BTC ร่วงลงต่ำกว่า $50k เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ซึ่งถูกซื้อด้วยราคาเฉลี่ยประมาณ  $48,670 หรือประมาณ $7.3M

เป็นที่น่าสังเกตว่าการปรับฐานของราคา Bitcoin ยังคงดำเนินต่อไปในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดี Bukele ประกาศการซื้อครั้งล่าสุด และได้ร่วงลงไปต่ำถึง $42,000 รวมถึง altcoins ที่ร่วงลงอย่างมาก ทำให้เม็ดเงินกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ หายไปจากตลาดคริปโตช่วงนึง

ในขณะนี้ BTC ยืนราคาอยู่ที่ $48,000 เพิ่มขึ้นมาประมาณ 15% ในวันนี้

Saxo Bank : แพลตฟอร์ม NFT Music จะ Disrupt Spotify ในปี 2022

มีรายงานว่า Spotify และ Apple Music ตัดรายได้ของนักดนตรี 75% ไปพร้อมกับการปรับลดที่จ่ายให้กับค่ายเพลง แต่การมา NFT Music แพลตฟอร์มจะช่วยดึงส่วนแบ่งที่ยุติธรรมกลับมาให้ศิลปินได้

ตามรายงาน ” Outrageous Predictions 2022 : Revolution ” ของ Saxo Bank กล่าวว่า ศิลปินจะได้รับประโยชน์จากแพลตฟอร์ม NFT Music streaming ไปยังผู้ฟังได้โดยตรงโดยไม่มีคนกลางที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการสตรีมเพลงที่ใช้ NFT มีแนวโน้มที่จะเริ่มในปี 2022 ซึ่งรวมถึง Audius แพลตฟอร์มเพลงบล็อกเชนที่ได้รับการสนับสนุนจาก Katy Perry, The Chainsmokers และ Jason Derulo บนพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชน แพลตฟอร์ม Audius เป็นโปรโตคอลการแชร์เพลงและการสตรีมแบบกระจายอำนาจที่ออกแบบมาเพื่อตัดคนกลางออก และอนุญาตให้แฟน ๆ และศิลปินสามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง

ในทางตรงกันข้าม อนาคตของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบบเดิมๆ เช่น Spotify นั้นจะแย่ลง ตามที่ Saxo Bank กล่าว บริษัทคาดการณ์ว่าหุ้น Spotify จะร่วงลง 33% ในปี 2022 ราคาหุ้น SPOT ร่วงลงในปี 2021 ไปอยู่ที่ประมาณ $300 ช่วงต้นปี และลดลงเหลือ $204 ในเดือนสิงหาคมตามข้อมูลจาก TradingView และในขณะนี้ SPOT ซื้อขายอยู่ที่ $229

Spotify ในปี 2020 บริษัทสร้างรายได้ $9.5B ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2019 การเงินของ Spotify เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2021 โดยมีจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนทั้งหมดเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบเป็นรายปี ปีเป็น 381 ล้านในไตรมาสที่ 3 ปี 2021

Source: Business of Apps

ตามที่รายงานไว้ก่อนหน้านี้ Spotify ให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมคริปโต โดยกำลังมองหาผู้มีความสามารถที่มีพื้นฐานด้านนี้ในปี 2020 บริษัทยังตระหนักดีถึงการเพิ่มขึ้นของ NFT อย่างรวดเร็ว

Blockchain.com ตามรอย Coinbase และ FTX โดยการเปิดตลาด NFT

Blockchain.com ซึ่งเป็น wallet และแพลตฟอร์มการซื้อขายที่นำโดย CEO Peter Smith ได้ทดลองเปิดตลาด NFT ที่ใช้ Ethereum โดยทางบริษัทกล่าวว่าจะพร้อมใช้งานภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้กำลังเปิดให้ลงชื่อสมัครรอแล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์ของทางบริษัทบอกว่า” เราต้องการทำให้การเข้าถึงตลาด NFT ง่ายเหมือนกับการเข้าถึงตลาด crypto” ด้วยตลาด Blockchain.com NFT (Beta) คุณจะสามารถเรียกดู ซื้อ ขาย และจัดเก็บ NFT ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องออกจากตัว wallet ของ Blockchain.com เลย

Blockchain มีฐานผู้ใช้ที่มีศักยภาพจำนวนมากเพื่อเข้าถึงตลาด NFT ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ในฐานะนักสำรวจบล็อก โดยได้ส่งมอบ Bitcoin wallet ตัวแรก ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถจัดเก็บรหัสของเหรียญได้อย่างปลอดภัย ขณะนี้มี wallet เกือบ 80 ล้านบัญชี ( แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดที่มีเงินอยู่ในนั้น ) อ้างอิงจาก MetaMask ซึ่งเป็น wallet ที่เหมาะที่สุดสุดสำหรับแอพบน Ethereum ที่มีผู้ใช้กว่า 21 ล้านคนต่อเดือนในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ตามข้อมูลของบริษัท ConsenSys 

หาก Blockchain สามารถเข้าถึงตลาด NFT ผ่าน wallet ได้จะทำให้ปริมาณการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก

Coinbase NFT มีกำหนดเปิดตัวก่อนสิ้นปีนี้ และยังมี FTX NFTs ที่ได้เปิดตัว collectibles ที่ใช้ Ethereum เช่น CryptoPunks และ Bored Ape Yacht Club NFTs เมื่อวานนี้

Adidas ใช้ Bored Ape เป็น Twitter Display

Adidas ได้ก้าวเข้าสู่วงการ NFT อย่างมีสไตล์โดยการซื้อ Bored Ape Yacht Club NFT #8774 และตั้งชื่อมันว่า Indigo Herz และจบด้วยการปล่อยrวีดีโอ teaser ของการทำงานร่วมกันระหว่าง Yuga Labs ผู้สร้าง Bored Apes NFT และ Adidas

นอกเหนือจากการเป็น partner กับ Yuga Labs แล้ว บริษัทยังร่วมมือกับโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ NFT เช่น Gmoney ซึ่งเป็นนักสะสม NFT ที่มีชื่อเสียง และ Punk Comics ซึ่งเป็นโครงการอนุพันธ์ของ NFT ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก CryptoPunks

ตัวแทนของ Adidas เปิดเผยในการสนทนาใน Twitter Spaces ว่าโครงการนี้ใช้เวลา 5 เดือนในการวางแผนอย่างพิถีพิถัน ในทางกลับกัน ทีม Punks Comic ก็ได้เผยว่าการ์ตูน NFT ฉบับต่อไปจะใช้ Indigo Herz ของ Adidas เป็นตัวละครหลัก

ทำไมถึงต้องเป็น Bored Ape?

Bored Ape Yacht Club เป็นหนึ่งในโครงการ NFT ที่ฮอตที่สุดใน NFTs คือคอลเลกชั่นของอวตารที่ไม่ซ้ำกัน 10,000 ตัวซึ่งขายได้หลายล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CryptoSlam โครงการนี้มียอดขายสะสมมากกว่า $1B นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้

นี่อาจเป็นสิ่งที่กระตุ้นอีกหลายโปรเจ็กต์ของคนดังอย่าง Post Malone, Dj Khaled, Timbaland และแม้แต่นักลงทุนสถาบันอย่างค่ายเพลงยอดนิยมอย่าง Universal Music Group และล่าสุดก็ Adidas

Binance Smart Chain เปิดใช้งานกลไกการเบิร์น BNB แบบ Real-Time!

Binance Smart Chain (BSC) เพิ่งเปิดใช้งาน BEP-95 ซึ่งรวมกลไกการเบิร์นแบบเรียลไทม์เข้ากับโครงสร้างโทเค็น จากนี้ไป อัตราคงที่ของค่าธรรมเนียมก๊าซที่รวบรวมโดยผู้ตรวจสอบ (validators) จะถูกเบิร์นทิ้งในแต่ละบล็อก ซึ่งในขณะนี้มีอัตราส่วนที่ถูกกำหนดโดย BSC governance อยู่ที่ 10%

BEP-95 เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม โดยมีเป้าหมายในการเร่งกระบวนการเบิร์นของ Binance และกระจายเครือข่ายเพิ่มเติม บริษัทยังตั้งทฤษฎีว่าสิ่งนี้จะผลักดันราคาของโทเค็น BNB ซึ่งอาจเกิดจากการขาดแคลนโทเค็นที่เพิ่มขึ้น

“ ในขณะที่ใช้ BEP นี้อาจลดจำนวน BNB ที่ผู้ตรวจสอบและผู้มอบสิทธิ์จากการ stake แต่มูลค่าของผลตอบแทนตามคำสั่งอาจเพิ่มขึ้น ” Binance อ้างสิทธิ์ “ กลไกการเผาไหม้นี้จะช่วย supply ของ BNB ต่อไป ดังนั้นความต้องการที่เพิ่มขึ้นจะทำให้มูลค่า BNB สูงขึ้นตามไปด้วย ”

Binance เบิร์น BSC ด้วยตนเองมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โดยมีเป้าหมายคือการลด supply ของ BNB ทั้งหมดลง 50% จาก 200m เป็น 100m tokens การเบิร์นดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานก่อนที่จะมีการประกาศ BEP-95 ซึ่งนำเม็ดเงินกว่า $640M (1,335,888 BNB) ออกจากเครือข่าย

การเบิร์นแบบ real-time ของ Binance จะทำงานร่วมกับการเบิร์นตามกำหนดการของ Binance โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะยังคงมีผลแม้ว่าการเบิร์นตามกำหนดการจะบรรลุเป้าหมาย 100 ล้าน BNB ไปแล้วก็ตาม ตามที่ BEP-95 ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ BNB นั้นกลายเป็น deflationary token ( โทเค็นเงินฝืด ) ในที่สุด

กลไกการเบิร์นใหม่ของ Binance มีความคล้ายคลึง แต่ไม่เหมือนกับ Ethereum แม้ว่าเครือข่ายทั้งสองจะรวบรวมโทเค็นสำหรับเบิร์นพูลผ่านค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม แต่ค่าธรรมเนียมของ BSC บางส่วนยังคงใช้เพื่อชดเชยให้แก่ validators ส่วนบน Ethereum นั้นค่าธรรมเนียมบังคับทั้งหมดจะถูกส่งไปยังเบิร์นพูล พร้อมกับออฟชั่นการ “ tip ” สำหรับผู้ทำธุรกรรมเพื่อชดเชยให้แก่ผู้ขุด โดยค่าตอบแทนของผู้ขุดที่เหลือจะได้รับเป็น block rewards

นอกจากนี้ เนื่องจาก Binance ใช้ proof-of-stake จึงไม่มีการหมุนเวียนโทเค็นใหม่เพื่อสร้างสมดุลให้กับการเผาไหม้ แต่ในขณะเดียวกัน block rewards ของ Ethereum และเบิร์นพูลนั้นทำงานเพื่อแย่งชิงกันเอง ซึ่งบางครั้งส่งผลให้เกิดภาวะเงินบน Ethereum แต่ยังดีที่โดยรวมแล้วยังถือว่าเฟ้ออยู่