3AC ยื่นเรื่องล้มละลาย เพราะ Voyager Digital ระงับการถอนเงิน

Three Arrows Capital (3AC) ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ crypto ได้ยื่นเรื่องล้มละลายในบทที่ 15 ในขณะที่ Voyager Digital ได้ระงับการซื้อขาย การฝาก และถอนเงินทั้งหมด

จากข้อมูลของ Bloomberg ตัวแทนสามคนของบริษัทกองทุนในสิงคโปร์ได้ยื่นเรื่องล้มละลายในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ฃ3AC ได้รับคำสั่งจากศาลหมู่เกาะบริติชเวอร์จินเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ให้ทำการปิดกิจการและขายสินทรัพย์ที่มีเพื่อชดใช้หนี้สิน ตามที่รายงานก่อนหน้านี้

Voyager Digital ระงับการซื้อขาย

อันเป็นผลมาจากหนี้เสียจาก 3AC ทำให้ Voyager Digital กลายเป็นบริษัทล่าสุดที่ระงับการซื้อขายกองทุน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 14:00 น. EDT 

“นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก แต่เราเชื่อว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเมื่อพิจารณาจากสภาวะตลาดในปัจจุบัน” Stephen Ehrlich CEO ของ Voyager ให้ความเห็น เขากล่าวว่าบริษัทจะ “สำรวจทางเลือกเชิงกลยุทธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ต่อไป” ก่อนที่จะเพิ่มเติมอีกว่า

“Voyager กำลังดำเนินการแก้ไขเกี่ยวกับการกู้คืนจาก 3AC รวมถึงการขายทอดสินทรัพย์ ตามคำสั่งศาลในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน”

เมื่อต้นเดือนนี้ Voyager Digital ได้ออกแถลงการณ์เปิดเผยว่า Three Arrows ติดหนี้อยู่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ และได้ออกหนังสือแจ้งการผิดนัด “สำหรับความล้มเหลวในการชำระเงินที่จำเป็นสำหรับเงินกู้ก่อนหน้านี้จำนวน 15,250 BTC และ 350 ล้านดอลลาร์ USDC”

เมื่อเดือนที่แล้ว Voyager ได้ประกาศข้อตกลงเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินสด 200 ล้านดอลลาร์และ USDC และเงินกู้ 15,000 BTC กับ Alameda เพื่อบรรเทาความเสี่ยงจาก 3AC บางส่วน

คลื่นแห่งความเชื่อมั่นเชิงลบยังคงซัดสาดไปทั่วตลาดคริปโต ส่งผลให้มีอีก 23 พันล้านดอลลาร์ หายไปจากตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การตกต่ำของมูลค่าตลาด 4.3% ทำให้มูลค่ารวมนั้นต่ำกว่า 900 พันล้านดอลลาร์อีกครั้ง เนื่องจากความกังวลและผู้คนต่างพากันถอดใจ

Bitcoin มูลค่าร่วงประมาณ 4.6% ไปอยู่ที่ 19,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ Ethereum ดิ้นรนอยู่ที่ประมาณ 1,000 ดอลลาร์หลังจากร่วงลง -3.6% ในวันนี้

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Coinbase กำลังเล็งขยายกิจการไปในแถบยุโรป ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เป็นขาลง

Nana Murugesan รองประธานฝ่ายการพัฒนาระหว่างประเทศและธุรกิจของ Coinbase เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ที่อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ เพื่อเปิดสาขาใหม่ โดยได้รับใบอนุญาตในไอร์แลนด์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร

ในขณะบริษัทได้ว่าจ้างพนักงานคนแรกในสวิตเซอร์แลนด์แล้ว Murugesan กล่าวว่า Coinbase ต้องการแต่งตั้งผู้จัดการระดับภูมิภาคสำหรับการดำเนินงานในยุโรป 

แม้ว่าจะเป็น crypto exchange ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา แต่ Coinbase กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งอย่าง Binance และ FTX US อย่างเช่น Binance ที่ได้ยกเลิกค่าธรรมเนียมสำหรับคู่เหรียญในการซื้อขาย Bitcoin ถึง 4 คู่ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้ราคาหุ้นของ Coinbase ลดลง

นอกจากนี้ ทั้ง Binance และ FTX ก็กำลังขยายธุรกิจออกนอกสหรัฐอเมริกา และได้รับใบอนุญาตในตะวันออกกลาง

Binance กำลังพยายามขยายไปทั่วยุโรป โดยได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบ 2 ครั้งจากฝรั่งเศสและอิตาลีในเดือนพฤษภาคม เพื่อดำเนินการเป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (DASP) และกำลังพยายามขอรับใบอนุญาตในเยอรมนีในขณะนี้

Murugesan ตั้งข้อสังเกตว่าสถานะของ Coinbase ในฐานะบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดมาตรฐานระดับสูง และเสริมว่า “บางครั้งอาจใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อยในการดำเนินการบางอย่างให้เสร็จ”

Coinbase เห็นกิจกรรมการซื้อขายลดลง

Coinbase ได้รับผลกระทบจากภาวะตกต่ำของตลาด ด้วยราคาที่ลดลงอย่างมากของ crypto หลายเหรียญ ตามที่รายงานก่อนหน้านี้ บริษัทในสหรัฐฯ เลิกจ้างพนักงานกว่า 1,000 คน คิดเป็น 18% ของแรงงานทั่วโลก

นอกจากนี้ Goldman Sachs ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนระดับโลกยังปรับลดอันดับหุ้นของ Coinbase จาก “nuetral” เป็น “sell” Murugesan ยังกล่าวอีกว่าน้อยกว่า 50% ของผู้ใช้ที่ทำธุรกรรมรายเดือนทั่วโลกของ exchange ใช้แอพสำหรับกิจกรรมการซื้อขาย

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Bitcoin อาจร่วงลงไปถึง $15K เมื่อดูจาก 2 ตัวชี้วัดนี้

ในที่สุดราคาของ Bitcoin อาจต่ำสุดที่ประมาณ $15K อย่างน้อยก็เป็นไปได้ เมื่อตามตัวบ่งชี้ทั้ง 2 นี้

ตลาดคริปโตเข้าสู่ช่วงขาดทุนเป็นเวลานาน ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว มูลค่ารวมของมูลค่าหลักทรัพย์ลดลงเกือบ $90B ทีเดียว

สิ่งนี้เกิดขึ้นจากราคาของ Bitcoin ซึ่งจบด้วยไตรมาสที่แย่ที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยการปิดราคา 20,000 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในเดือนที่แย่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน

ในขณะนี้ BTC ยังคงซื้อขายต่ำกว่า $20,000 และเปิดเดือนใหม่ด้วยสีแดงเช่นกัน

ตามที่นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant นั้นได้พบว่าจุดต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ $15,000 อย่างน้อยก็เป็นไปตามตัวชี้วัดเหล่านี้

1. มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่เกิดขึ้นจริง (เส้นกราฟ realized cap) นักวิเคราะห์อธิบายว่า “หมายถึงมูลค่าตลาดโดยคำนึงถึงราคาเหรียญที่มีการเปลี่ยนแปลงล่าสุด

2. เส้นกราฟ “delta cap” ที่แสดงให้เห็นถึง “ค่า realized cap ลบด้วยค่าเฉลี่ยของเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา”

จากข้อมูลข้างต้น นักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่า

ในอดีต มูลค่าตลาดอยู่ระหว่างช่วงที่ตลาดล่มอย่างหนักในปี 2018 เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BTC ที่อยู่ในโซนเดียวกับช่วงที่ตลาดล่มในปี 2014 ซึ่งกราฟมีลักษณะเหมือนกัน ยกเว้นแค่ส่วนด้านล่างที่ยาวกว่ามาก

เมื่อเปรียบเทียบกราฟด้านบนกับการเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบัน นักวิเคราะห์สรุปได้ว่า BTC ซื้อขายอยู่ต่ำกว่าราคา realized cap ซึ่งทำให้สูญเสียโมเมนตัมของราคาขึ้น และได้กล่าวเสริมว่า 

“ภาวะถดถอยที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลงไปอีก และหากเราลงเอยด้วยสภาวะเศรษฐกิจวงกว้างที่แย่ลง เราก็อาจเห็นราคาต่ำกว่า $15,000 เล็กน้อย (กราฟ delta cap เส้นสีแดง)”

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Market Watch : Bitcoin จบไตรมาส 2 ด้วยราคาต่ำกว่า $ 20K

24 ชั่วโมงที่ผ่านมาของ Bitcoin

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 22,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ชุมชนคาดหวังว่าจะขึ้นไปสูงอีกครั้ง แต่ก็เริ่มสูญเสียมูลค่าทีละน้อย ลดลงเหลือประมาณ 20,000 ดอลลาร์ ประมาณ 2-3 วันติดต่อกัน จากนั้นก็ลดลงเหลือ 19,000 ดอลลาร์

สถานการณ์แย่ลงเมื่อวานนี้ โดยราคาร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ 18,500 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม และเมื่อช่วงก่อนจบไตรมาส 2 ราคา Bitcoin เกิดการผันผวนอย่ามาก อยู่ในช่วง 2,000 ดอลลาร์ ในไม่กี่นาที และขึ้นไปแตะ 21,000 ดอลลาร์

และตั้งแต่นั้นมา BTC ก็กลับมาต่ำกว่าเส้น $20,000 ทำให้มูลค่าตามราคาตลาดต่ำกว่า 375 พันล้านดอลลาร์ และมีดัชนี Bitcoin Dominance อยู่ที่ 42.5%

ข่าวเกี่ยวกับ Bitcoin

MicroStrategy ซื้อไป 480 BTC ในขณะที่เอลซัลวาดอร์ buy the dip ซื้ออีก 80 เหรียญ ในราคาเหรียญละ $19K

ยุโรปจะมี Bitcoin ETF เป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมโดยทางแอพ Jacobi นั้นได้รับการอนุมัติ

BNB, MATIC, SAND พุ่ง

Ethereum ยืนเหนือ $1,000 ได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมา ณ ตอนนี้ ณ ตอนนี้ราคาอยู่เกือบ $1,100

Cardano, Ripple, Polkadot, LEO, Solana, Dogecoin, Tron และ Shiba Inu ก็มีราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม BNB ทำได้ดีที่สุดในบรรดา altcoins โดยเพิ่มขึ้นกว่า 7% ต่อวัน และอยู่เหนือ $220 

MATIC, Stellar, Algorand และ The Sandbox ได้กำไรสูงสุด SAND เพิ่มขึ้นมากกว่า 16% ในหนึ่งวันและซื้อขายอยู่ที่ $1 และ 15 ตามลำดับ

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

เอลซัลวาดอร์ Buy The Dip เพิ่ม 80 BTC ที่ราคา $19K

รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ซื้อ 80 BTC ท่ามกลางตลาดที่ซบเซา โดยประเทศใช้เงินกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์เพื่อ buy the dip นอกเหนือจากนี้แล้ว ประเทศในแถบอเมริกากลาง ยังซื้อ BTC บ่อยที่สุดในช่วงที่ราคาเหรียญลดลง

ในทวีตล่าสุด ประธานาธิบดี Nayib Bukele ประกาศว่าประเทศใช้ตลาดขาลงช่วงนี้ เพื่อซื้อเพิ่มอีก 80 BTC ในราคา $19,000 ต่อเหรียญ

ขณะนี้เอลซัลวาดอร์มีทั้งหมด 2,381 BTC รวมๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศต้องจ่ายเงินกว่า 105 ล้านดอลลาร์ แต่เพราะตลาดเป็นช่วงขาลงในตอนนี้ ทำให้ประเทศขาดทุนอยู่เกือบ 60 ล้านดอลลาร์ (แบบ unrealized losses)

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Facebook เริ่มทดสอบใช้ Ethereum และ Polygon NFT สำหรับรูปโปรไฟล์

Meta ซึ่งเดิมเรียกว่า Facebook ได้เริ่มเปิดตัว NFT สำหรับ content creator ในสหรัฐอเมริกาบางรายบนเครือข่ายโซเชียลหลัก รวมถึงจะเพิ่มการรองรับ บน Solana และ Flow ในเร็วๆนี้

Navdeep Singh ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Meta ได้แชร์ตัวอย่างคร่าวๆ ว่า NFT จะมีลักษณะเป็นอย่างไรบน Facebook ในโพสต์ Twitter เมื่อวันพุธ ตามโพสต์ ผู้ใช้จะมีแท็บ “collectible” บนโปรไฟล์ Facebook ของพวกเขา ซึ่งพวกเขาสามารถเปลี่ยนเป็น NFT ได้

ผู้ใช้จะสามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงิน crypto กับโปรไฟล์ Facebook พวกเขายังสามารถเปลี่ยน NFT เป็นโพสต์บน Facebook ซึ่งสามารถโต้ตอบ กดไลค์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ได้เช่นเดียวกับโพสต์อื่นๆ

ก่อนหน้านี้ Meta เริ่มเปิดตัว NFTs บน Instagram สำหรับ content creator บางราย “ในบางประเทศ” ในเดือนพฤษภาคม

ในประกาศก่อนหน้านี้ Instagram แชร์ว่า NFT ที่โพสต์หรือแชร์ในแอปจะแท็กทั้ง creator และนักสะสม NFT โดยอัตโนมัติ และบริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ สำหรับการโพสต์หรือแชร์ NFT นักสะสมจะสามารถแชร์ NFT ของพวกเขาเป็นสติกเกอร์ได้อีกด้วย

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Michael Saylor Buy The Dip เพิ่มกว่า 480 BTC!

Michael Saylor แห่ง MicroStrategy ยักษ์ใหญ่ด้าน Business Intelligence ทุ่มเงิน 10 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ BTC เพิ่มอีก 480 BTC ในราคาเฉลี่ยแต่ละเหรียญอยู่ที่ 20,817 ดอลลาร์ ทำให้บริษัทในขณะถืออยู่เกือบ 130,000 BTC และรวมๆเฉลี่ยอยู่ที่ 30,664 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

Saylor โพสต์บน Twitter เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เพื่อสรุปการซื้อล่าสุดของบริษัทของเขา ซึ่งมีมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่อยู่บนลิสของ NASDAQ เป็นจำนวน 480 BTC

Bitcoin ยังคงต้องดิ้นรนให้อยู่เกิน 20,000 ดอลลาร์ ทำให้ MicroStrategy มีมูลค่ารวมขณะนี้อยู่ที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือบริษัท ขาดทุนแบบ unrealized loss กว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

Saylor ยังคงมั่นใจว่า Bitcoin จะไปถึงราคา 1 ล้านดอลลาร์ได้ และยังคงจะซื้อเหรียญเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

Binance ร่วมมือกับ Khaby Lame ดาวเด่นบน Tiktok เพื่อผลักดันการนำ Web3 มาใช้

Binance ร่วมมือกับ Khaby Lame ซึ่งเป็น content creator ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดใน TikTok กว่า 142 ล้านคน เพื่อผลักดัน Web3 ซึ่งเขาจะทำหน้าที่เป็น (brand ambassador) ทูตสำหรับแบรนด์ เพื่อช่วยในเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับบล็อคเชนและคริปโต 

Binance บอกว่าด้วยรูปแบบเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา Khaby Lame จะสร้าง content ที่ขจัดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Web3 ได้ James Rothwell ผู้บริหารของ Binance กล่าวว่า Khaby Lame จะผลักดันการยอมรับ Web3 

ในแถลงการณ์ Lame กล่าวว่า การเป็นหุ้นส่วนกับ Binance นั้น “สอดคล้องเป็นอย่างมาก” กับสิ่งที่เขาทำตามปกติ ซึ่งทำให้สิ่งที่ซับซ้อนง่ายขึ้นและสนุกมากขึ้น “ผมถือว่าผู้ติดตามเป็นครอบครัว และมักจะมองหาความท้าทายใหม่ๆ และ content ที่น่าสนใจที่เพื่อมาแบ่งปันกับพวกเขา” 

นอกเหนือจากการสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับ Web3 เขาจะสร้างคอลเล็กชัน NFT กับทาง Binance โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแฟน ๆ ของเขา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Binance ยังร่วมมือกับดาราฟุตบอล Cristiano Ronaldo เพื่อแนะนำแฟน ๆ ของเขาให้รู้จักกับ Web3 ผ่าน NFT อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน Solana (SOL) เพิ่งเปิดตัวแนวคิดโทรศัพท์มือถือ Web3 โดยจะเปิดตัวพร้อมเครือข่ายสำหรับนักพัฒนา Web3 ชุมชนมีปฏิกิริยาหลากหลายต่อการประกาศตั้งแต่การสนับสนุนการเปิดตัวไปจนถึงการหยิบยกไปเป็นประเด็นในเครือข่าย Solana

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

เกิดการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้ บนแพลตฟอร์ม NFT “OpenSea”

OpenSea ซึ่งเป็นตลาด NFT ที่ใหญ่ที่สุด ประสบกับการละเมิดข้อมูลหลังจากพนักงานที่ Customer.io ซึ่งเป็นพันธมิตรในการส่งอีเมลของแพลตฟอร์ม ปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหล

ในบล็อกโพสต์เมื่อวันพฤหัสบดี ตลาดกล่าวว่าพนักงานของ Customer.io “ ใช้สิทธิ์ในการเข้าถึงของพนักงานในการดาวน์โหลดและแชร์ที่อยู่อีเมลในทางที่ผิด 

ตามที่ OpenSea กล่าว ลูกค้าทุกคนที่แชร์อีเมลกับแพลตฟอร์มในอดีตควรถือว่าพวกเขาได้รับผลกระทบจากการละเมิดข้อมูล บริษัทเสริมว่าสิ่งนี้อาจส่งผลให้ “มีความเป็นไปได้สูงสำหรับความพยายามที่จะฟิชชิ่งอีเมล และแอบอ้างเป็นการส่งเมลจาก OpenSea”

OpenSea กล่าวว่าผู้มุ่งร้ายอาจพยายามติดต่อลูกค้าผ่านอีเมลที่มาจากโดเมนที่มีลักษณะคล้ายๆ  OpenSea.io อย่างเช่น OpenSea.org และ OpenSea.xyz

ลูกค้าบางรายใช้ Twitter เพื่อแชร์ภาพหน้าจอที่แสดงว่า OpenSea ติดต่อกับพวกเขาทางอีเมลเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูล

บริษัทเสริมว่ากำลังช่วยเหลือ Customer.io ในการสอบสวนอย่างต่อเนื่องและได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแล้ว

ข้อมูลผู้ใช้คริปโตรั่วไหลมากขึ้นเรื่อยๆ

ในเดือนมีนาคม HubSpot บริษัทซอฟต์แวร์จัดการลูกค้าสัมพันธ์ ข้อมูลรั่ว ส่งผลให้แฮกเกอร์ขโมยข้อมูลลูกค้าจาก Circle, BlockFi, Pantera Capital, NYDIG และบริษัทคริปโตอื่นๆที่มีชื่อเสียง

Pantera กล่าวในขณะนั้น “ข้อมูลที่อาจเข้าถึงได้ ได้แก่ ชื่อและนามสกุล ที่อยู่อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ และการแบ่งประเภทตามกฎระเบียบ” 

เมื่อเดือนที่แล้ว OpenSea ยังเห็นเซิร์ฟเวอร์ Discord ถูกบุก และถูกโพสโฆษณาฟิชชิ่งที่หลอกลวงเกี่ยวกับ NFT mint ซึ่งจัดทำร่วมกับทาง YouTube

ในเดือนมกราคม แพลตฟอร์ม NFT ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยที่แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่เพื่อซื้อ NFT หลายตัวที่ต่ำกว่ามูลค่าตลาด โดยทาง OpenSea จ่ายเงินคืนให้กับผู้ใช้ที่บังเอิญขาย NFTs ไปประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์ในเวลาต่อมา พร้อมกับเปิดตัวฟีเจอร์ต่อมาในชือ ” Inactive Listings “

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK

นักพัฒนา Bitcoin Lightning Network อัปเดตโหนด รองรับ Taproot

ซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุด lnd 0.15 beta (v0.15-beta) มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโซลูชันสำหรับกรณีการใช้งานได้มากขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากความสามารถของเครือข่าย Bitcoin

Lightning Labs ผู้พัฒนาเครือข่าย Lightning Network (LN) ของ Bitcoin (BTC) ได้เปิดตัว Lightning Network Daemon (lnd) รุ่น beta ซึ่งเป็นการใช้งานโหนด LN อย่างสมบูรณ์ พร้อมรองรับการอัปเกรดโปรโตคอลล่าสุด รวมถึง Taproot และ Musig2 และการปรับปรุงอื่น ๆ

lnd เป็นส่วนประกอบซอฟต์แวร์ที่จัดการด้านต่างๆ ภายใน LN รวมถึงการจัดการฐานข้อมูล การสร้างใบแจ้งหนี้การชำระเงิน และการเพิกถอนการชำระเงิน เป็นต้น 

ในการประกาศ Michael Levin ของ Lightning Labs เปิดเผยว่ามีผู้ร่วมให้ข้อมูลมากกว่า 50 รายเข้าร่วมในการเปิดตัวการเปิดตัวครั้งแรกของบริษัทในปี 2022 โดยเสริมว่า

“ซอฟต์แวร์รุ่นนี้ให้การสนับสนุน Taproot อย่างสมบูรณ์สำหรับ wallet ภายใน ทำให้เป็นหนึ่งในกระเป๋าเงิน Taproot ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ การเปิดตัวนี้ยังรองรับ Musig2 API รุ่นทดลองที่สอดคล้องกับ BIP Draft ล่าสุดอีกด้วย”

เป้าหมายหลักของ MuSig2 ซึ่งเป็นรูป multi-signature คือการอนุญาตให้สร้าง public keys ที่สามารถใช้ในกับ outputs ของ Taproot ได้ ดังนั้นจึงมีความสามารถในการอนุมัติธุรกรรมด้วยลายเซ็น Schnorr

ไม่เหมือนรุ่นก่อนหน้า รุ่นเบต้ายังเอาข้อมูลที่ซ้ำซ้อนออกจากระบบ ซึ่งทำให้ขนาดฐานข้อมูลลดลง 95% ระหว่างการทดสอบครั้งแรก แม้ว่าการอัปเดตจะสามารถนำส่วนพื้นที่ซึ่งเสียไปแล้วกลับมาได้ แต่ Levin คาดการณ์ว่าเวอร์ชั่นหน้าอาจจะทำได้

ข้อมูลจาก LINK

ภาพจาก LINK