MetaMask เพิ่ม Feature ใหม่สำหรับการดูแลลูกค้าสถาบันต่างๆ แบบ Multi-Chain

MetaMask Institutional (MMI) ได้ร่วมมือกับ Cactus Custody ซึ่งเป็นเจ้าของโดยแพลตฟอร์มบริการทางการเงินคริปโต Matrixport ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อรวมฟีเจอร์ “ DeFi Connector ” เข้ากับชุดบริการของ MMI

ประกาศการผสานรวมกับ MMI อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 26 มกราคม และฟีเจอร์ของ Cactus Custody จะช่วยให้ลูกค้าสถาบันสามารถเชื่อมต่อแบบ multi-chain กับเครือข่าย Ethereum Virtual Machine (EVM), sidechains และ Layer 2s ที่รองรับโดย MetaMask เช่น Ethereum, Binance Smart Chain , Avalanche, Celo และ Polygon

Johann Bornman หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ MMI กล่าวว่าการสนับสนุน EVM แบบ multi-chain ของ Cactus Custody จะช่วยให้สถาบันต่างๆ สามารถ ” เชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเครือข่ายเหล่านี้ได้อย่างอิสระ “

ฟีเจอร์ DeFi Connector ยังให้ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น ร่องรอยการตรวจสอบสำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการบน MMI การปกป้องคีย์ส่วนตัว และกระบวนการ “ การอนุมัติแบบ role-based ” บนแพลตฟอร์ม DeFi

MMI ได้รับการพัฒนาในเดือนธันวาคม 2020 และ wallet ของมันแตกต่างจาก Metamask เนื่องจากมันถูกรวมเข้ากับคุณสมบัติด้านความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการดูแลเพิ่มเติม ซึ่งมีความสำคัญต่อจำนวนสถาบันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บน DeFi ตัวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักลงทุนสถาบันได้ใช้แพลตฟอร์ม DeFi ทั้งหมดได้จากภายใน MMI  wallet ของพวกเขา

MetaMask มีจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2021 รวมได้กว่า 21 ล้านบัญชีในขณะนี้

Reddit กำลังทดสอบการใช้ NFT เป็นภาพ Profile ในขณะนี้ แต่ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรเพิ่มเติม

Reddit แพลตฟอร์มมียอดผู้ใช้งานกว่า 430 ล้านบัญชีต่อเดือน และขณะนี้ได้มีรายงานว่ากำลังทำงานเกี่ยวกับการนำรูปโปรไฟล์ NFT ไปใช้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่ารูปโปรไฟล์ของตนได้ ผ่านการให้สัมภาษณ์กับทาง Techcrunch ในวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา

Reddit ได้ทดลองใช้ความคิดริเริ่มต่างๆ เกี่ยวกับ NFTs มาระยะหนึ่งแล้ว รวมถึงการสร้างเพจเฉพาะสำหรับ NFT และสามารถเข้าไปรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nft.reddit.com

ยักษ์ใหญ่อย่าง Twitter เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งก็ทำแบบเดียวกัน สำหรับสมาชิก Twitter Blue บน iOS อย่างไรก็ตาม NFTs นั้นไม่ได้รับการยอมรับจากเกมเมอร์และผู้พัฒนา Web2 เท่าใดนัก

Ethereum Whales กว้านซื้อ Shiba Inu เป็นมูลค่ากว่า $88M ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Ethereum Whales 1,000 อันดับแรก กำลังกว้านซื้อ memecoin อย่าง Shiba Inu (SHIB) ด้วยอัตราที่น่าตกใจ

รายงานกล่าวว่า Top Ethereum Wallets กว่า 262 บัญชี แห่ซื้อ Shiba Inu มูลค่ากว่า $34M ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึง address ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 29 ได้เข้าซื้อ SHIB มูลค่าเกือบ $40M

Shiba Inu ขณะนี้ซื้อขายกันอยู่ที่ $0.000021 ร่วงลง 25% จากราคาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะนี้อยู่ในอันดับที่ 14 ตามมูลค่าตลาด ซึ่งมูลค่านั้นก็ลดลงเกือบ 45% ในเดือนที่ผ่านมา

โดยรวมแล้ว Top 1000 wallets ถือครอง SHIB อยู่มากกว่า $1.155B คิดเป็น 13.78% ของผู้ที่ถือ Ethereum (ETH) ตามข้อมูลจาก WhaleStats นั่นเป็นอันดับ 2 รองจาก FTX Token (FTT) ซึ่งคิดเป็น 15.56%

FTX US ขณะนี้มีมูลค่ารวม $8B หลังระดมทุน $400M ผ่าน Series A

FTX US ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ประกาศในวันนี้ว่าได้ระดมทุนรอบ Series A มูลค่า $400M ซึ่งทำให้ประเมินมูลค่ารวมได้ที่ $8B

รอบนี้รวมถึงผู้ร่วมทุนเช่น Paradigm, Temasek, Multicoin Capital, Lightspeed Venture Partners และ SoftBank Vision Fund 2 เป็นต้น เป็นเวลา 3 เดือนหลังจากที่บริษัทแม่ FTX ระดมทุน ซึ่งทำเงินได้ $420.69M ในเดือนตุลาคมประเมินมูลค่าได้ที่ $25B

รายงานจาก The Information เมื่อเดือนธันวาคมกล่าวว่า FTX กำลังมองหาการระดมทุนเพิ่มอีก $1.5B ระหว่างธุรกิจทั่วโลกและในสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ FTX มีมูลค่า $32B และ FTX US อยู่ที่ $8B ในขณะที่การประเมินค่าหลังได้รับการยืนยันแล้ว FTX ยังไม่ได้ประกาศเงินทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากสาขาในสหรัฐอเมริกา

Brett Harrison ประธาน FTX กล่าวว่าในสหรัฐฯ เริ่มต้นปี 2021 มีลูกค้าประมาณ 10,000 รายและมีปริมาณการซื้อขายสปอตเฉลี่ย $1M ต่อวัน แต่สิ้นปีนี้มีผู้ใช้ 1.2 ล้านคนและปริมาณการซื้อขายรายวันประมาณ $350M 

“ เราเติบโตขึ้นอย่างมาก ในขณะนี้เป็น exchange อันดับที่ 4 หรือ 5 ในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาสั้น ๆ ” Harrison กล่าว “ ในขณะที่ต้องต่อสู้กับแนวการแข่งขันที่รุนแรงของ Coinbase, Kraken ซึ่งเปิดมากว่า 10 ปีแล้ว ”

เราวางแผนที่จะใช้เงินทุนเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าต่อไป ไม่ว่าจะผ่านการลงทุนในผลิตภัณฑ์ของตนเองหรือการตลาดดิจิทัล ควบคู่ไปกับการหาผู้มีความสามารถระดับสูงเพิ่มเติม

Harrison กล่าวว่าสามารถสำรวจการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความปลอดภัยใบอนุญาตสำหรับธุรกิจใหม่ เช่นเดียวกับ FTX ที่ทำกับแพลตฟอร์มอนุพันธ์ LedgerX หรือเพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น เช่น การซื้อแอป Blockfolio ของ FTX

Harrison อ้างถึง FTX NFTs ซึ่งเป็นตลาด Solana และ Ethereum NFT ของแผนก ซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของลูกค้าใหม่ เขาอธิบายว่า NFTs เป็น ” เครื่องมือที่ยอดเยี่ยม ” ที่นำผู้คนเข้าสู่ crypto ที่อาจไม่เข้าใจความแตกต่างของเครือข่าย blockchain หรือ tokenomics แต่มีความสนใจในงานศิลปะและของสะสมดิจิทัล

เป้าหมายของบริษัทคือการเป็นร้านค้าแบบครบวงจรสำหรับการซื้อขายทุกอย่าง ทั้ง crypto และอย่างอื่น นอกเหนือจากข้อเสนอตราสารอนุพันธ์ ซึ่งอาจรวมถึงฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นและตราสารหนี้ในอนาคต FTX US จะเปิดการซื้อขายหุ้นด้วย นอกจากนี้ ตามที่ Amy Wu หัวหน้า FTX Ventures คนใหม่เพิ่งบอกกับว่า FTX US มองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเกม crypto ที่ขับเคลื่อนด้วย NFT

Harrison เชื่อว่าการจัดหาแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมสำหรับทั้งการซื้อขาย crypto และการซื้อขายทางการเงินอื่น ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผู้ใช้ให้อยู่ในระบบนิเวศ

มื่อพิจารณาจากแผนการขยายตัว FTX US มีคู่แข่งมากกว่าหนึ่งราย ” เป้าหมายของเราในปี 2022 ” คือการเป็นคู่แข่งกับ Coinbase, Robinhood, the CME และ OpenSea ”

Lloyd Blankfein อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs : ยังไงคริปโตก็จะยังไปต่อได้แม้ว่าราคาจะร่วงก็ตาม

อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goldman Sachs คุณ Lloyd Blankfein มีความเห็นว่าระบบนิเวศโดยรวมของคริปโตนั้นมีวิวัฒนาการในปีที่ผ่านๆมา เขาจึงตั้งความหวังว่าอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลยังไงก็จะเกิดขึ้นแม้ว่าจะมีการ crash ในปีนี้ก็ตาม

ในระหว่างการสัมภาษณ์ล่าสุดกับ CNBC นั้น Blankfein ตั้งข้อสังเกตว่าปี 2021 เป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง Bitcoin และ altcoins ได้ดึงดูดเงินจำนวนหลายล้านล้านดอลลาร์ แม้ว่าเหรียญส่วนใหญ่จะราคาร่วงในช่วงนี้ แต่เขาก็ยังเชื่อว่ามันก็ยังเป็นไปได้อยู่

Blankfein พูดถึงราคาตกในปัจจุบันว่าไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากมีเงินลงทุนจำนวนในหมวดของ digital asset เขายังสรุปว่า Bitcoin และ altcoins มีประโยชน์ต่อเครือข่ายการเงิน เช่น “ การโอนทันทีและการลดความเสี่ยงด้านเครดิต ”

แม้ว่า Blankfein คิดว่า ” crypto กำลังไปได้ดี ” สถานการณ์ตลาดในปัจจุบันค่อนข้างจะยากอยู่ ตั้งแต่ต้นปี สินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง สิ่งต่าง ๆ ดูค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับ Bitcoin เช่นกัน ที่จบปีก่อนหน้าด้วยราคาเพียง $47,000

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นมา 10% จากจุดต่ำสุดเมื่อวาน และตลาดโดยรวมฟื้นตัวขึ้นประมาณ $120B

ในขณะที่เขียนข่าวนี้ ตลาดคริปโตฟื้นตัวได้ประมาณ $120B นับตั้งแต่เมื่อวานนี้ Bitcoin มีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $36K ในขณะที่ altcoins หลายตัวก็เริ่มฟื้นตัวด้วยเช่นกัน

เมื่อวานนี้ Bitcoin จบลงที่ราคา $33K (บน Binance) แต่อย่างไรก็ตาม แนวรับในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมาก็ดัน BTC ให้ไปถึง $37,550 ได้ในท้ายที่สุด

ตลาดคริปโตโดยรวมฟื้นตัวกลับขึ้นมาประมาณ $120B ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตามที่เห็นด้านบน ตลาดส่วนใหญ่นั้นกำลังฟื้นตัว จากช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเหรียญเด่นๆก็จะมี Fantom (FTM) +16% และ ATOM +18%

Ethereum Foundation กำลังจะยกเลิก ETH 2.0 เพื่อรีแบรนด์เป็น Consensus Layer แทน

Ethereum Foundation ได้ประกาศว่า ” Ethereum 2.0 ” กำลังจะถูกยกเลิกเพื่อใช้ ” Consensus Layer ” แทน

การรีแบรนด์นั้นมีผลกระทบกับ ETH 2.0 ซึ่งเหมือนเป็นการอัพเกรดตัวเชน มากกว่าการสร้างเชนขึ้นมาใหม่ แม้ว่าองค์ประกอบหลักๆ กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลง เช่นการเปลี่ยนจากระบบ proof of work (PoW) ไปเป็น proof of stake (Pos) ซึ่งสามารถ scale ได้มากกว่า รวมถึงการขุดที่ใช้พลังงานอย่างมากซึ่งต้องแย่งกัน validate เพื่อให้ได้ mint เหรียญ ETH ขึ้นมาใหม่ก็กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

จากองค์ประกอบบางอย่างของเครือข่ายปัจจุบันซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ client softwares โดยตัว Eth1 นั้นจะถูกเรียกว่า “ execution layer ” และตัว Eth2 ก็จะกลายเป็น ” consensus layer ” โดยตัว execution layer นั้นจะเป็นศูนย์รวมของ smart contracts และตัวกฎระเบียบของเครือข่ายทั้งหมด โดยตัว consensus layer นั้นจะมีไว้เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ประกอบทั้งหมดที่ว่ามานั้นเป็นไปตามข้อปฎิบัติของตัวเครือข่าย และจะมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน โดยทั้ง 2 layers นี้จะถูกรวมเข้ากับตัวเชนของ Ethereum หลังจาก consensus layer ได้เข้ามาแทนที่ระบบการขุดเหรียญที่ใช้อยู่ในขณะนี้แล้ว

Phase 0 ของ Ethereum 2.0 ก่อนหน้านี้คือ beacon chain ซึ่งเริ่มใช้งานในเดือนธันวาคม 2020  beacon chain ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสานงานการ stake กับ smart contract เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่าย เพื่อแลกกับผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งตัว beacon chain ที่ว่านี้ได้พร้อมใช้งานก่อนตัวองค์ประกอบอื่นของ ETH 2.0 มานานแล้ว ทำให้นักพัฒนาอย่างคุณ Danny Ryan วางแผนการสำหรับ client softwares ในการเร่งการย้ายไปใช้ระบบ proof of stake แทนโดยไม่ต้องย้ายออกจากตัวเชนเลย

อันที่จริงแล้ว ผู้พัฒนา Ethereum ได้แอบที่จะยกเลิกการใช้ Eth2 มาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว เนื่องจากการย้ายไปใช้ proof of stake นั้นได้กลายมาเป็นเป้าหมายหลัก

Bitcoin, Ethereum เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ หลังจากสัปดาห์ที่โหดร้าย

Bitcoin เพิ่มขึ้น 1.64% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซื้อขายอยู่ที่ $35,332 ณ เวลาที่เขียนในวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น. EST ตามข้อมูลของ CoinMarketCap ราคาร่วงลงต่ำกว่า $35,000 ในคืนวันศุกร์ลงไปแตะระดับ $34,420 

Ethereum เพิ่มขึ้น 3.15% ใน 24 ชั่วโมง โดยซื้อขายอยู่ที่ $2,415.39

โดยทั้ง Bitcoin และ Ethereum ลดลง 18.36% และ 27.44% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตามลำดับ

บางคนก็ออกมากล่าวว่าตลาดสีเลือดในเดือนมกราคมนั้นเป็นเพราะ Fed รวมถึง Covid-19 Omicron หรือปัจจัยอื่น ๆ ในขณะที่บางคนคิดว่าตลาดจะกลายเป็นขาลงเต็มตัวเหมือนในปี 2018

altcoin บางเหรียญนั้นทำได้ดีกว่า Bitcoin และ Ethereum มากอย่าง Solana ซึ่งในขณะนี้เป็นเหรียญอันดับที่ 7 ในตลาดโดยรวม เพิ่มขึ้นเกือบ 6% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยซื้อขายอยู่ที่ $98.51

Dogecoin เพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ในวันที่ผ่านมาเป็น $0.14 ซึ่งยังคงห่างจากระดับ $0.73 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยรวมใน 24 ชั่วโมงที่มา LUNA เหรียญอันดับ 9  เพิ่มขึ้น 9.56% ใน 24 ชั่วโมง ซื้อขายอยู่ที่ $67.45

NBA Top Shot NFTs พุ่งขึ้น 72% ใน 30 วันอย่างเงียบๆ

แม้ว่าตลาดคริปโตจะประสบปัญหา NFT ก็ยังคงทำเงินเป็นจำนวนมากจนน่าจับตามอง OpenSea ซึ่งเป็นตลาดซื้อขาย NFT อันดับต้น ๆ ทุบสถิติรายเดือนในสัปดาห์ที่แล้วด้วยยอดขาย $3.5B ในเดือนมกราคมจนถึงตอนนี้ 

ในโลกของ NFT PFP (รูปโปรไฟล์) เช่น Bored Apes, Meebits และ World of Women กำลังเป็นที่จับตามอง แต่ NBA Top Shot ถูกมองว่าเป็นซีรีส์ที่เริ่มได้รับความนิยมในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว จากนั้นตลาด NFT ก็พังเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน และฟื้นตัวอีกครั้งในเดือนสิงหาคม

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังกลับมาอีกครั้ง และอาจมี Kevin Durant ดาวเด่นของ NBA ด้วยในรอบนี้ โดยยอดขายในตลาดรองของคอลเลกชั่นเพิ่มขึ้น 72% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CryptoSlam ด้วยยอดขายที่ $53.8M

.ในสัปดาห์นี้ NBA Top Shot ได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณาทางทีวีและโซเชียลมีเดียที่มี Durant เป็น PR และจะแจก moments ของ Durant ฟรีๆสำหรับผู้ที่ซื้อ pack

ในขณะเดียวกัน Dapper Labs ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังคอลเลกชันก็ได้ขยายสาขาออกไปนอกเหนือเหนือจากบาสเก็ตบอลแล้ว

สุดสัปดาห์นี้ Dapper จะเปิดตัวของสะสม Ultimate Fighting Championship (UFC) Strike NFT สร้างจากบล็อกเชน Flow ของ Dapper ซึ่งเป็นช่วงเวลาต่างๆของ UFC คล้ายกับ NBA Top Shot

Dapper Labs ยังได้ประกาศในเดือนกันยายนถึงเวอร์ชัน NFL ของ Top Shot ที่เรียกว่า NFL All Day ซึ่งจะมาเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ และยังคงต้องจับตาดูว่าไฮไลท์ของคลิป NFT จะได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ของ NFL เช่นเดียวกับแฟน ๆ ของ NBA หรือไม่ แต่เห็นได้ชัดว่าลีกกีฬามีแนวโน้มที่จะเป็นแนวทางให้ทาง Dapper Labs ก้าวต่อไปได้

ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและการเมืองของรัสเซียประณามข้อเสนอการแบนคริปโต

เหตุจากเมื่อวันที่ 20 มกราคม ธนาคารกลางของรัสเซียได้เสนอข้อห้ามในการซื้อขายและการขุด crypto ในประเทศ และรายงานระบุว่าความเสี่ยงของคริปโตนั้น “ สูงขึ้นมากสำหรับตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงรัสเซีย ” แต่ดูเหมือนว่าการห้ามนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ในโพสต์ล่าสุด Pavel Durov CEO ของ Telegram เขียนว่าการห้ามใช้ crypto นั้น “ ทำลายหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจด้านเทคโนโลยี ” รวมถึงหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ Alexei Navalny Leonid Volkov ที่คิดแบบเดียวกัน

“ การแบนดังกล่าวจะทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีบล็อคเชนโดยทั่วไปช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่การเงินไปจนถึงศิลปะ ”

ในขณะที่ Durov ยอมรับว่า “ ความปรารถนาที่จะควบคุมการไหลของเม็ดเงินคริปโตนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะมาจากองค์กรใดๆ ” เขาสรุปว่า “ การแบนดังกล่าวไม่ได้ช่วยอะไร มีแต่จะทำให้ภาคส่วนการพัฒนาคริปโตของรัสเซียนั้นหยุดชะงักลง ” และเขายังบอกอีกว่าการแบนคริปโตนั้น “ เป็นไปไม่ได้ ”

“ ในทางเทคนิค การห้ามใช้คริปโตนั้นก็เหมือนกับการห้ามการโอนเงินระหว่างบุคคล (กล่าวคือ มันเป็นไปไม่ได้)… แต่ก็จริงที่พวกเขาสามารถทำให้มันฝาก/ถอนคริปโตยากขึ้นได้ แต่ก็หยุดไม่ได้เพราะธุรกิจที่ใช้คริปโตนั้นจะย้ายไปเปิดให้บริการในเขตอำนาจศาลอื่นๆ ซึ่งจะทำให้เกิดต้นทุนค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ”

เพื่อนบ้านของรัสเซียหลายประเทศได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อคริปโต เมื่อวันที่ 19 มกราคม พลเมืองในประเทศเพื่อนบ้านอย่างจอร์เจีย ได้สาบานว่าจะยุติการขุดคริปโต รัฐบาลของโคโซโวและคาซัคสถานก็เป็นอีกกลุ่มที่มีการแบนการขุดคริปโตเช่นกัน

แต่อาจมีข้อยกเว้นหนึ่งคือยูเครนเพื่อนบ้านของรัสเซียซึ่งผ่านร่างกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการยอมรับคริปโตของประเทศในเดือนกันยายน 2021