Binance วางแผนการเพิ่มมูลค่า โดยการเผาค่าธรรมเนียมบน Binance Smart Chain (BSC)

ผู้พัฒนา Binance Smart Chain (BSC) ได้เสนอมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาโมเดลภาวะเงินฝืดของโทเค็นและปรับปรุงมูลค่า ตาม Binance Evolution Protocol ใหม่ BEP-95 นักพัฒนา BSC กำลังพิจารณาแนะนำกลไกการเบิร์นแบบเรียลไทม์ สำหรับส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียม เพื่อลด BNB supply และเพิ่มมูลค่า BNB ให้สูงขึ้นโดยการเพิ่มความต้องการขึ้น ตาม BEP ผู้ถือ BNB จะตัดสินใจว่าจะส่งค่าแก๊ส BSC อย่างไร

ข้อเสนอเมื่อวันศุกร์นี้ นักพัฒนา BSC ตั้งข้อสังเกตว่า BEP ใหม่อาจลดจำนวน BNB ทั้งหมดที่ผู้ตรวจสอบและตัวแทนได้รับจากการ stake กลไกการเผาไหม้จะเปิดใช้งานโดยการแนะนำพารามิเตอร์ที่ควบคุมได้สำหรับ smart contract 2 ระบบสำหรับเก็บค่าธรรมเนียม

สร้างขึ้นโดย Binance ในปี 2017 BNB ถูกออกแบบมาให้เป็น deflationary token อยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่า Binance จะเบิร์นเปอร์เซ็นต์ของ BNB supply  ทุก ๆ 3 เดือนเพื่อรักษามูลค่าของโทเค็น Binance จะหยุดเบิร์น BNB เมื่อถึง 50% ของ supply ซึ่งจะทำให้เหลือเพียง 100M BNB จากทั้งหมด

การเบิร์น BNB ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว โดย Binance เบิร์นไปกว่า 1,335,888 BNB ($640M) ในการเบิร์นรายไตรมาสครั้งที่ 17

เมื่อเร็วๆ นี้ BNB มูลค่าทะลุ $500 ในวันพุธที่ผ่านมา และBNB เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ตามมูลค่าราคาตลาด รองจาก Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) ซื้อขายกันอยู่ที่ $495 เพิ่มขึ้นประมาณ 44% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา BNB ทำสถิติสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 2021 อยูที่ $686 ตามข้อมูลของ CoinGecko

BIP ล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม คล้ายกับการอัปเกรด Ethereum ในลอนดอน จากข้อมูลของ Etherchain อัตราการเบิร์น ETH เฉลี่ยในปัจจุบันอยู่ที่ 3.76 ETH หรือประมาณ $15,448 ต่อนาที

Binance เปิดตัวกองทุน $1B เพื่อพัฒนา BSC’s ecosystem

Binance ได้ประกาศเปิดตัวกองทุน $1B เพื่อขยายขีดความสามารถของ Binance Smart Chain’s ecosystem และจะนำการยอมรับไปสู่ระบบการเงินโดยรวม ผ่านการพัฒนาความสามารถพิเศษ, โครงการจูงใจสภาพคล่อง, โครงการผู้สร้าง, โครงการการลงทุนและการบ่มเพาะ โดยพวกเขาจะจัดสรร $100M, $100M, $300M และ $500M ให้กับแต่ละส่วนตามลำดับ

โดยจะมุ่งเน้นไปที่การขยายหลายส่วนที่กำลังเติบโตอยู่แล้วซึ่งรวมถึง metaverses ต่างๆ เกม virtual reality รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ ( AI )

Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance หรือที่รู้จักกันในชื่อ CZ บน Twitter ได้แบ่งปันมุมมองของเขาไว้ดังนี้

“ ด้วยความร่วมมือจากองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรม กองทุนเพื่อการลงทุนจะกำหนดเป้าหมายเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ปรับขนาดได้สำหรับกรณีการใช้งานจริง และจะเชื่อมช่องว่างระหว่าง crypto-blockchain กับภาคเทคนิคและการเงินในปัจจุบัน ”

Binance Smart Chain เปิดตัวสู่ตลาดในเดือนกันยายน 2020 เป็น Launchpad พื้นฐานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาแอพพลิเคชั่นกระจายอำนาจหรือ dApps ที่เข้ากันได้กับ Ethereum blockchain ผ่าน Ethereum Virtual Machine

นับตั้งแต่ก่อตั้งมา แพลตฟอร์มได้เติบโตขึ้นและรองรับการให้บริการมากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน รวมถึงมีกว่า 900 dApps ในระบบ หนึ่งใน DEX ที่สร้างขึ้นบน BSC คือ PancakeSwap ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า TVL  อยู่ที่ $9.8B ตามข้อมูลจาก Defistation

Binance Smart Chain ได้ร่วมมือกับบริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อคเชน ImmuneFi เพื่อเสนอเงินรางวัลสำหรับ bugs และรางวัลจูงใจอื่นๆ แก่แฮกเกอร์และนักพัฒนาที่อยากช่วยเหลือการพัฒนาระบบ

Coinbase NFT Marketplace และ Social Feed กำลังจะมาภายในปีนี้

Coinbase ได้เกริ่นว่าจะเปิดแพลตฟอร์ม NFT ตั้งแต่ก่อนหน้าโดยรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้ประกาศว่าจะเปิดตัว Coinbase NFT ซึ่งสัญญาว่าผู้ใช้จะสร้างและซื้อ NFT ได้อย่างง่ายดาย

บริษัทกล่าว ในบล็อกโพสต์ว่า ” การสร้าง NFT ควรจะทำได้ง่ายเพียงแค่แตะเพียงไม่กี่ปุ่ม … Coinbase NFT จะเป็นตลาดแบบ P2P ด้วยการออกแบบที่ใช้งานง่ายซึ่งสร้างขึ้นจากตลาดที่มีระบบแบบ decentralized ” และยังบอกว่า ควรจะใช้งานได้ภายในสิ้นปีนี้ 

โดยแผนการของ Coinbase ในการเป็นผู้นำตลาด NFT นั้นเน้นไปที่คำว่า ” OpenSea killer ” ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้อภิปรายในที่สาธารณะได้

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Coinbase NFT คือ ” personal feed ” แม้ว่า Coinbase จะให้ข้อมูลเฉพาะบางมาบ้างเกี่ยวกับวิธีการทำงาน แต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายหลักคือการรวม socia lmedia และ NFT เข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตามศิลปินคนโปรดหรือแบ่งปันความสนใจของพวกเขากับเพื่อน ๆ ใน community ได้

อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ Coinbase จะเผชิญในการพยายามทำให้ NFT เป็นกระแสหลักคือค่าใช้จ่ายสูง ที่เกี่ยวข้องกับการทำเหรียญและการโอนโทเค็น โดยในปัจจุบันนั้น ผู้ซื้อมือใหม่กำลังประสบปัญหากับค่าธรรมเนียมที่แพงสุดๆไปเลย

ผู้ใช้ Coinbase ส่วนใหญ่จัดการ crypto โดยใช้แอพหรือเว็บไซต์ของบริษัท แต่ Coinbase ยังมี  decentralized wallet ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูสู่โลกที่กว้างขึ้นของ DeFi อีกด้วย

Coinbase กล่าวว่าแพลตฟอร์ม NFT จะถูกสร้างขึ้นบน ” ตลาด decentralized ” และลูกค้าจะไม่ถูกล็อค นั่นแปลว่าผู้ซื้อ NFT จะสามารถใช้กระเป๋าเงินของ Coinbase เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง MetaMask ได้ หากพวกเขาสร้างฟังค์ชั่นที่ว่าได้จริง

Citi Exec : ลูกค้าเริ่มต้นด้วย Bitcoin จากนั้นก็ “ Down the Rabbit Hole ”

Itay Tuchman ผู้บริหารระดับสูงของ Citi กล่าวในการประชุมที่ลอนดอนว่าลูกค้าของธนาคารกำลังแสดงความสนใจใน Bitcion และ DeFi ที่เพิ่มขึ้น เขาตั้งข้อสังเกตว่านักลงทุนเหล่านี้จำนวนมากยังคงคาดหวังว่าจะได้รับการถือครองจำนวนหนึ่งเมื่อพูดถึง DeFi

“ เหมือนกับใครก็ตามที่อยู่ในวงการ crypto รู้ดี คุณเริ่มต้นด้วย Bitcoin และจากนั้นก็ “ Down the Rabbit Hole ” อย่างรวดเร็ว ” 

( “ Down the Rabbit Hole ” เป็น refs มาจาก Alice in Wonderland ที่ตัวเอกนั้นเข้าไปในหลุมของกระต่ายซึ่งซ่อนความลับและความพิศวงไว้มากมาย )

Citi ได้รับรางวัลธนาคารแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ดีที่สุดในโลกจากนิตยสาร Global Finance เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีนักลงทุนสถาบันหลายหมื่นคนอยู่ในหนังสือ

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Tuchman บอกกับ Financial Times ว่า Citi กำลังพิจารณาเปิดตัวบริการซื้อขาย crypto, financing และ custody services

เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้นักลงทุนสถาบันไม่เปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับ crypto ไปสู่การซื้อขายอย่างแข็งขัน Tuchman ชี้ไปที่กฎระเบียบและความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและการปฏิบัติตาม

“ เราไม่ใช่ Tesla ” เขากล่าว “ เราไม่ได้อยู่ในธุรกิจของการคิดค้นสิ่งที่ลูกค้าต้องการในอนาคต ” เรายืนหยัดเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของลูกค้า

เขาชี้ให้เห็นว่าการหยุดชะงักของ FX เพียงครั้งเดียว ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อลูกค้า ” เป็นเหตุการณ์ด้านกฎระเบียบ มันเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการกำกับดูแลมากมาย ”

ในทางตรงกันข้าม ในด้าน DeFi โดยทั่วไปการหยุดชะงักจะได้รับการแก้ไขภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสร้าง open-source code ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาต่อไป

Tuchman กล่าว  “ เพื่อให้เราสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับฐานลูกค้าของเรา เราต้องเพิ่มมูลค่าในสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานที่เราคาดหวังจากความปลอดภัยและความมั่นคงได้ ”

Rival แข่งกับ Robinhood ด้วยการเพิ่ม 10 เหรียญ crypto

แอพซื้อขายหุ้น Public ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะเพิ่มการซื้อและขาย crypto ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าลงไปร่วมวงการกับ Square, Robinhood และแอพทางการเงินอื่น ๆ ที่กำลังให้บริการอยู่ขณะนี้

Public ระดมทุนได้มากกว่า $300 ในการเปิดตัวในปี 2019 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแข่งขันกับ Robinhood ในการดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่และนักลงทุนมือใหม่ เช่นเดียวกับ Robinhood จะมีการซื้อขายโดยไม่มีค่าคอมมิชชันและคำนึงถึงการใช้กับมือถือเป็นอย่างแรก แต่ยังรวมถึงองค์ประกอบโซเชียลซึ่งสนับสนุนให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลหุ้นที่พวกเขาซื้อและขาย โดยก่อนหน้านี้รองรับเฉพาะ U.S. stocks และ ETFs เท่านั้น

ในการประกาศของ Public กล่าวว่าในขั้นต้นจะเปิดตัว 10 cryptocurrencies นั่นคือ : Bitcoin, Bitcoin Cash, Ethereum, Ethereum Classic, Litecoin, Dash, Stellar, Cardano, Zcash และ Dogecoin

ในตอนนี้ ผู้ใช้ทั่วไปจะสามารถซื้อ ขาย หรือถือ crypto ได้เท่านั้น แต่ในอนาคต บริษัทกล่าวว่าอาจนำเสนอคุณสมบัติเพิ่มเติมผ่านทาง wallet อย่างเช่นที่ Coinbase ได้เสนอมาโดยตลอด และที่ Robinhood  เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้

ยังไม่ชัดเจนว่าการบุกตลาดของ Public จะส่งผลต่อตลาด crypto ในวงกว้างอย่างไร ตอนที่ Robinhood เข้าสู่วงการ crypto ครั้งแรกนั้น มันช่วยกระตุ้นตลาดโดยการดึงดูดผู้ซื้อมือใหม่ได้จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟน ๆ ของ Dogecoin

 แต่ฐานผู้ใช้ของ Public นั้นเล็กกว่ามาก ซึ่งประกอบด้วยลูกค้า 1 ล้านคน ณ เดือนกุมภาพันธ์

MetaMask ร่วมมือกับ BitGo, Qredo และ Cactus Custody เพื่อยกระดับการยอมรับ DeFi

MetaMask กำลังร่วมมือกับ BitGo, Qredo และ Cactus Custody เพื่อเสนอ DeFi Access ไปสู่สถาบันการเงินรายใหญ

ConsenSys บริษัทซอฟต์แวร์ Ethereum ที่สร้าง MetaMask เปิดเผยในบล็อกโพสต์ล่าสุดว่า ภายใต้ความร่วมมือครั้งใหม่ สถาบันต่างๆ จะสามารถเข้าถึงบริการ Web3 และ DeFi ผ่านกระเป๋าเงิน MetaMask Institutional (MMI) ได้ ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการดูแลและกฎระเบียบที่กำหนดโดยสถาบันเหล่านี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินของลูกค้าอย่างดีที่สุด

” เป้าหมายของ MetaMask Institutional คือการให้การเข้าถึง DeFi ที่ไม่มีใครเทียบได้ แม้ต้องเผชิญกับข้อกำหนดของสถาบันที่เข้มงวดก็ตาม ” Johann Bornman หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ MMI กล่าว “ผู้ดูแลที่ผ่านการรับรองและเทคโนโลยีการดูแลเป็นส่วนสำคัญในข้อกำหนดเหล่านี้ ”

BitGo เป็นผู้บุกเบิกกระเป๋าเงินและเป็นบริษัท digital asset แห่งแรกที่มุ่งเน้นเฉพาะลูกค้าสถาบันการเงิน

Qredo เป็น decentralized solution ซึ่งมีความปลอดภัยด้วยการใช้ Multi-Party Computation ซึ่งช่วยขจัดความเสี่ยงในการใช้ personal keys

Cactus Custody คือบริษัททรัสต์ในฮ่องกงที่ให้บริการทั้ง warm และ cold wallet ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อ DeFi สำหรับองค์กรต่างๆ

MetaMask มีผู้ใช้งานรายเดือนเพิ่มขึ้น 1,800% ซึ่งตอนนี้เกิน 10 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย

“ MetaMask เป็นมาตรฐานของ DeFi wallets และการรวม MetaMask Institutional กับ BitGo wallets จะช่วยให้การจัดการคีย์และนโยบายที่กำหนดเองยังคงอยู่ใน BitGo ในขณะที่ MMI ทำหน้าที่เป็นส่วนต่อประสานระหว่างแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินของเราและ dapp ทั้งหมด ”

Uniswap v3 เปิดให้ใช้งานแล้วที่ Rubic.exchange!

ทีม Rubic ประสบความสำเร็จในการรวม Uniswap v3 เข้ากับแพลตฟอร์มแล้ว ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้มีอัตราการแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้นและค้นหา liquidity sources ได้โดยตรงที่ Rubic.exchange https://rubic.finance/

ทีม Rubic เริ่มทำงานเกี่ยวกับการรวม Uniswap v3 ในช่วงครึ่งหลังของฤดูร้อนปี 2021 “ เรารู้สึกยินดีที่วันนี้ผู้ใช้ของเราสามารถเริ่มใช้งานได้โดยตรงที่ Rubic.exchange ตอนนี้ ผู้ใช้ของเราสามารถทำการ swap ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ Uniswap v3 ” 

Uniswap v3 คืออะไร?

Uniswap v3 เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัว protocol  Concentrated Liquidity ซึ่งมีประสิทธิภาพ ในการบริการสภาพคล่องที่สูง (liquidity providers) การดำเนินการที่ดีขึ้นสำหรับนักเทรด และโครงสร้างพื้นฐานที่เหนือกว่าซึ่งเป็นหัวใจของ DeFi โดยเวอร์ชันนี้มี daily volume มากถึง $859M และกว่า $1.90B TVL เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหตุใด Uniswap v3 จึงดีกว่า Uniswap v.2

ความแตกต่างหลักคือความสามารถในการหาอัตราการแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า โดยใช้ Uniswap v3 นั้นมีค่าธรรมเนียมก๊าซที่ต่ำกว่า ในขณะที่ทำการแลกเปลี่ยนบนเครือข่าย Ethereum นอกจากนั้น ปริมาณการซื้อขายใน V3 นั้นสูงกว่า V2 ถึง 3 เท่า มันจึงเป็นประโยชน์มากสำหรับตัว ecyosystem ของ Rubic เอง

Umbrella Network เปิดตัวบน Ethereum พร้อม bridge ไปยัง BSC

บริการ Oracle แบบ decentralized Umbrella Network เปิดตัวอย่างเป็นทางการบน Ethereum ในวันศุกร์ ด้วยเทคโนโลยี cross-chain และ smart contract ระหว่างแพลตฟอร์มอย่าง Binance Smart Chain หรือ BSC นั่นเอง

Umbrella Network เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการถ่ายโอนโทเค็น และ digital assets ระหว่าง 2 networks ข่าย อีกทั้ง bridge นั้นยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการ stake และฟาร์มบน 2 networks นี้ได้ Umbrella กล่าวว่ากำลังวางแผนในการเพิ่ม bridge ไปยัง Polygon, Solana, Cardano และ Avalanche ในอนาคตแม้ว่าจะไม่ได้ระบุเวลาไว้ก็ตาม

Umbrella Network อ้างว่าจะทำให้ data feeds นั้นมีความรวดเร็วและไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งชั้นนำรายอื่นๆ ในขั้นต้น จะมีคู่ข้อมูลมากกว่า 1,200 คู่บน Ethereum ทำให้ผู้ใช้สามารถรวมข้อมูลจาก spot cryptocurrency, crypto derivatives และข้อมูลตลาดการเงินแบบดั้งเดิมได้

Oracle ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของ smart contract เนื่องจากมีการจัดหา data feeds ที่เชื่อถือได้จากแหล่งภายนอกตัวเครือข่าย ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตการดำเนินงานของ Oracle

XDEFI’s CEO อยากได้ส่วนแบ่งการตลาดจาก MetaMask

Emile Dubié CEO ของ XDEFI กำลังสร้างกระเป๋าเงินเบราว์เซอร์ใหม่ที่มีความสามารถในการใช้ Web 3 ซึ่งปัจจุบัน XDEFI มี 9 บล็อคเชนทำงานอยู่ร่วมกัน

การเติบโตอย่างมหาศาลของ DeFi และไม่มีคู่แข่งรายใหญ่ทำให้ MetaMask มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 10 ล้านคนเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง ConsenSys กำลังมองหาทางเลือกอื่นแทน MetaMask โดยเลือกที่จะทำสิ่งที่นักพัฒนาส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง นั่นคือการตัวระบบบนเว็บไซต์ (web client) แทนที่จะเป็นมือถือ (mobile client)

Emile Dubié CEO ของ XDEFI Wallet อธิบายว่าเหตุใด etaMask จึงไม่เคยถูกคู่แข่งรบกวนมาก่อน

“ ผมคิดในว่านักพัฒนาตัดสินใจที่จะใช้มือถือเป็นฐานสำหรับลูกค้ารายใหม่ๆ แต่ในขณะที่ความจริงก็คือปริมาณใน DeFi ส่วนใหญ่ยังคงใช้เว็บไซต์อยู่ดี เพราะอะไร? เพราะคุณมองเห็น assets ที่คุณมีอย่างทั่วถึงผ่าน UI ของเว็บไซต์ ซึ่งนั่นทำให้มันมีความยืดหยุ่นที่มากกว่า ” 

การทำเช่นนี้เป็นการ กำจัดความจำเป็นในการรวมเข้ากับ native protocols บางตัวสำหรับการทำ mobile wallet ซึ่งนั่นทำให้การนำ dApps ต่างๆมาใช้งานนั้น ทำได้ง่ายกว่าเดิม

ดังนั้นในขณะที่นักพัฒนาส่วนใหญ่มองเห็นการเติบโตของ DeFi ผ่านมือถือ (mobile client) Dubié กล่าวว่าเขาจะทำในส่วนของเว็บไซต์ (web client) แทน

XDEFI Wallet กำลังคิดที่จะรวมเข้ากับระบบ Web 3 ซึ่งได้สรุปการระดมทุนไป $6M เมื่อเร็วๆนี้ และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนร่วมที่ใหญ่มากในวงการ crypto เช่น Mechanism Capital โดยร่วมกับ DeFiance Capital, Alameda Research, Sino Global Capital, Animoca Brands, Morningstar Ventures และ CoinGecko

Dubié อธิบายว่า XDEFI วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จาก Web 3 อย่างเต็มที่

ปัจจุบัน XDEFI ทำงานร่วมกับ 9 บล็อคเชนได้แก่ Ethereum, Polygon, Terra, THORChain, Bitcoin, Binance chain, Binance Smart Chain, Bitcoin Cash และ Litecoin, Arbitrum, Solana และ Avalanche ที่จะเป็นรายต่อไป

ผู้ใช้ Coinbase สามารถเลือกฝากเช็คเงินเดือนเข้าบัญชีได้โดยตรง

ลูกค้า Coinbase จะมีตัวเลือกในการฝากเช็คเงินเดือน ” ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ” ได้ตามต้องการสำหรับ feature ที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ในบล็อกโพสต์เมื่อวันจันทร์ Prakash Hariramani ผู้อำนวยการอาวุโสด้านผลิตภัณฑ์ของ Coinbase กล่าวว่า จะมีการเสนอทางเลือกการฝากเงินโดยตรงสำหรับคนงานที่ต้องการใช้เช็คเงินเดือนเพื่อซื้อ crypto โดยจะไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมในการฝาก ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการฝากเงินโดยตรงผ่านบริษัทบัญชีเงินเดือนที่รองรับแอพ Coinbase หรือผ่าน HR ของบริษัท

Hariramani กล่าวว่าผู้ใช้จะมีตัวเลือกในการฝากเช็คเงินของพวกเขาตามที่พวกเขาต้องการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า Coinbase อ้างถึงการโอนที่บ่อยครั้งนั้น “ ใช้เวลานานและไม่สะดวก ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลการเปิดให้บริการตัวเลือกนี้ โดยกล่าวว่าการฝากโดยตรงจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับผลตอบแทนจาก crypto ที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือจากหลายบริษัทเช่น Fortress Investment Group, M31 Capital, Nansen และ SuperRare Labs

Coinbase ประกาศด้วยว่าผู้ถือบัตรเดบิต Visa จะได้รับผลตอบแทนจาก crypto สูงถึง 4%

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่บริษัทประกาศยกเลิกโครงการ Lend ซึ่งมีปัญหากับทาง SEC ก่อนหน้านี้